อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

"เฟซบุ๊ก" ปล่อยฟีเจอร์ฉลองสงกรานต์แบบนิวนอร์มัล

ฉลองสงกรานต์อย่างปลอดภัยผ่านฟีเจอร์ใหม่ ทั้งฟิลเตอร์ กรอบรูปโปรไฟล์ และสติกเกอร์ชุดใหม่ ผลงานความร่วมมือกับศิลปินไทยรุ่นใหม่มาแรงอย่าง “ก้องกาน” พร้อมเผยผลศึกษาความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 12.20 น.


น.ส.แพร ดํารงค์มงคลกุล ผู้อำนวยการ ของ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย เปิดเผยว่า สงกรานต์เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของปีของคนไทย ถือเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้มารวมตัวฉลองปีใหม่ไทยกัน แต่จากโรคระบาดโควิด-19 นั้นได้สร้างวิถีปฏิบัติใหม่ให้กับคน รวมถึงยังสร้างข้อจำกัดบางประการ ที่ทุกคนยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ทางเฟซบุ๊กจึงได้ปล่อยฟีเจอร์ใหม่เพื่อร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์แบบออนไลน์ไปด้วยกันผ่านกิจกรรม #SongkranTogether เพื่อให้คนไทยได้เชื่อมต่อถึงกันและส่งต่อความสุขให้กับคนที่รักในช่วงวันหยุดนี้ โดยฟีเจอร์ใหม่ต่างๆ จาก เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม นั้น รวมไปถึง เออาร์ ฟิลเตอร์ กรอบรูปโปรไฟล์ และสติกเกอร์ชุดใหม่ที่ออกแบบร่วมกับศิลปินที่มีผลงานระดับโลกอย่าง “ก้องกาน” หรือคุณกันตภณ เมธีกุล

 
“พันธกิจของเราคือการเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน และเพื่อให้คนได้ใกล้ชิดกันไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน เวลาใดก็ตาม และสงกรานต์ปีนี้เราได้ทำงานร่วมกับ ก้องกาน ศิลปินหนุ่มชาวไทย รังสรรค์คาแรกเตอร์ที่มีความหลากหลาย ดูอบอุ่น แทรกความสนุกภายใต้สไตล์เทเลพอร์ต (Teleport) หรือหลุมดำอันโด่งดัง” แพร ดํารงค์มงคลกุล กล่าว
 
 
นอกจากนี้ทางเฟซบุ๊ก ยังได้ร่วมกับ อิปซอสส์ (Ipsos ) บริษัทสำรวจและวิจัยตลาด ทำการสำรวจผู้บริโภคจำนวน 12,500 คน ช่วงอายุ 18 ถึง 64 ปี จาก 14 ประเทศ ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2563 โดยผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม 1,000 คนมาจากประเทศไทย โดยการศึกษาชิ้นนี้มีชื่อว่า ‘Emerging Trends: The Forces Shaping the Future Today’ โดยเป็นการต่อยอดมาจากผลการศึกษาชิ้นก่อนหน้าของ เฟซบุ๊ก และได้พบว่าผู้คนนั้นกำลังมองหาหนทางใหม่ๆ ที่จะนำเวลาของพวกเขาคืนมา ค้นหาความสุขในการชอปปิงออนไลน์ การมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยให้พวกเขามีส่วนร่วมกับชุมชนทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น
 


โดยความสะดวก การมีส่วนร่วม และการรวมตัวออนไลน์ความสะดวกสบายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้งาน และกำลังจะกลายเป็นข้อบังคับที่แบรนด์จะต้องมีให้ เพราะว่า 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยเชื่อว่า ในอนาคต สิ่งต่างๆ ในชีวิตของพวกเขาจะต้องการเวลาของพวกเขามากขึ้นไปอีก ผู้คนจึงล้วนมองหาวิธีที่จะประหยัดเวลาและทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เห็นได้จากการ 89% ของชาวไทยยินดีที่จะจ่ายเพื่อสินค้าและบริการที่ช่วยประหยัดเวลา และ 94% ก็นำเรื่องของความสะดวกสบายมาเป็นปัจจัยควบคู่ไปกับเรื่องของราคาเวลาตัดสินใจซื้อของ โดยที่พวกเขาต้องการนำเวลาไปใช้กับสิ่งที่สำคัญกับพวกเขามากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลากับคนที่พวกเขารัก (60%) เพื่อสุขภาพที่ดี (60%) การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ (60%) หรือเพื่อการท่องเที่ยว (72%) และทำสิ่งดีๆ คืนให้สังคม (32%)
 

ผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่นล้วนแสดงความสนใจต่อประสบการณ์การชอปปิงที่สามารถให้พวกเขาเข้าถึงแบรนด์และมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้เกิดการและสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นระหว่างแบรนด์กับลูกค้า โดย 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่ามีการได้ลองชอปปิงผ่านการขายไลฟ์สดมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา และ 28% ได้เกิดการซื้อของผ่านการไลฟ์สดในช่วงปีที่ผ่านมา และ 84% ของคนกลุ่มนี้ก็ยังคงซื้อของผ่านช่องทางดังกล่าวทุกเดือน โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 9 ใน 10 คน (92%) คาดว่าจะเพิ่มการซื้อของผ่านการไลฟ์สดในปีนี้
 


“ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงทางการค้าแบบดิจิทัลอย่างแท้จริง ความคาดหวังของผู้บริโภคในวันนี้มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงแต่ความคาดหวังต่อแบรนด์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความคาดหวังในชีวิตของพวกเขาเองด้วย ประเทศไทยนั้นก็เป็นหนึ่งในกระแสขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ ดังนั้นแบรนด์ต่างๆ จึงต้องปรับตัวรับกับความคาดหวังในแง่ของความสะดวกสบายจากผู้บริโภค และยังต้องมีแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์การชอปปิงที่ดีให้กับผู้บริโภคยุคดิจิทัลอีกด้วย” น.ส.แพร กล่าว
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น