อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

ยานอวกาศยักษ์ที่คุณเป็นเจ้าของได้

ในฉบับนี้อ้วนซ่า แอบซิ่ง ขอนำเสนอเรื่องราวของรถที่เพิ่งจะเปิดตัวในเวทีโลก (แบบออนไลน์) ไปหมาดๆ นั่นก็คือ รถตู้รุ่นล่าสุดจาก ค่าย “ฮุนได” (หรือที่คนเกาหลี ออกเสียงว่า เฮียนเด) นั่นเอง เสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 13.21 น.


รถตู้สไตล์ MPV รุ่นล่าสุดของพวกเขานี้มีชื่อว่า ฮุนได สตาเรีย (Hyundai Staria) ที่ว่ากันว่า มาแทนรถรุ่น H-1 (หรือ สตาเร็กซ์) ซึ่งแค่ชื่อก็พอจะเดาได้ มีคำว่า ดาว หรือ สตาร์ อยู่ในชื่อ มันต้องดูล้ำๆ แน่นอน ซึ่งเมื่อเห็นรูปแล้วก็ต้อง ซู้ดปากว่า “มันล้ำมาก” เพราะ สตาเรีย นั้นช่างเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญในการออกแบบเสียเหลือเกิน จากการที่ใช้เส้นสายที่เรียบ เกลี้ยงเกลา อย่างน่าทึ่ง ดูแล้วราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟก็ไม่ปาน ให้ความรู้สึกเหมือนยานอวกาศ อย่างไม่อ้อมค้อม และด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแปลกตา ทำให้เรากะขนาดของรถได้ยาก แต่ตามข้อมูลนั้น สตาเรีย มีความยาวมากถึง 5.25 เมตร กว้าง 1.997 เมตร และสูงถึง 1.99 เมตร ส่วนฐานล้อนั้นยาวถึง 3.273 เมตร ทั้งหมดนี้แปลว่า สตาเรีย ใหญ่กว่า H-1 ที่ก็ใหญ่มหึมาแล้วในทุกมิติ! (H-1 นั้นยาว 5.150 เมตร กว้าง 1.92 เมตร สูง 1.935 เมตร และฐานล้อ 3.20 เมตร)

ด้านหน้าของรถนั้น เรียบเกลี้ยง แต่โดดเด่นด้วยการใช้ไฟแอลอีดี แบบเดย์ไทม์ (Daytime Running Light) เส้นบางเฉียบ ยาว จากซ้ายจดขวา ที่ไม่เน้นส่องทาง แต่เน้นให้รถคันอื่นมองเห็น สร้างความรู้สึกเหมือนกับ หุ่นยนต์อย่างบอกไม่ถูก ส่วนไฟหน้าที่แท้จริงนั้นอยู่ต่ำลง ในพื้นที่ของกระจังหน้ารถด้านซ้าย และขวา ตามสมัยนิยม ที่เราจะเห็นได้จากรถร่วมสมัยหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน โดยไฟหน้าของสตาเรีย นั้นมีด้วยกัน 2 แบบคือ ในรุ่นพื้นฐานจะเป็นไฟดวงเล็ก มี 4 ดวงต่อข้าง และมาพร้อมกับกระจังหน้าทรงขีดนอนเรียบๆ แต่ถ้ารุ่นพรีเมียม จะเป็นไฟทรงตั้ง แบบ 8 ดวงต่อข้าง และมาพร้อมกระจังแบบรังผึ้ง 3 มิติ



ด้านท้ายของรถนั้นเป็นไฟท้ายทรงตั้งเรียบง่าย โดยมี 2 รูปแบบด้วยกันคือ สำหรับรุ่นพื้นฐานจะเป็นไฟที่ครอบด้วยพลาสติกใสสีแดงเรียบง่าย แต่ถ้าเป็นรุ่นพรีเมียมนั้น จะเป็นแผง แอลอีดี เต็มแผงสูงจดเพดาน ที่เวลาปกติถ้าไม่เปล่งแสงก็จะเป็นสีขาว





ด้านข้างของรถนั้น ดูเป็นทรงหัวกระสุน พื้นผิวทั้งหมดดูเรียบลื่นล้ำยุคในสไตล์ยานอวกาศ แต่สิ่งที่น่าตื่นตาที่สุดเห็นจะเป็น กระจกห้องโดยสาร ที่คว้านลงมาลึก กว่ารถตู้ที่เราคุ้นเคย ทำให้ทัศนวิสัยจากภายในห้องโดยสารนั้นดูปลอดโปร่งโอ่โถงกว่ารถตู้ที่เราคุ้นเคยทุกรุ่นก็ว่าได้ สมกับที่พวกเขากล่าวว่า รถรุ่นนี้ใช้แนวคิด การออกแบบ “จากภายใน สู่ภายนอก” หรือห้องโดยสารคือจุดเด่นก็ว่าได้



รถรุ่นสตาเรีย นี้มีด้วยกันหลายรูปแบบ เริ่มต้นด้วยแบบ พรีเมียม 7 ที่นั่ง ที่เป็นรุ่นที่หรูที่สุด มาพร้อมแบบ 3 แถว โดยจุดเด่นก็คือ เบาะนั่งแถวสองนั้นเป็นเบาะนั่งแบบหรูหราปรับเอนนอนได้เต็มที่ (Premium Relaxation Seats) ตามมาด้วยรุ่น 9 ที่นั่งที่มาพร้อมที่นั่งสี่แถว โดยที่นั่งแถวสองและสามนั้น เป็นแบบแยกอิสระกัน มีเพียงแถวละ 2 ตัว โดยจุดเด่นก็คือ ที่นั่งแถวที่สองเป็นแบบ กัปตันซีท (Captain’s Seat) สามารถหมุนกลับหลัง 180 องศา ได้ เหมาะกับการใช้เป็นรถที่สามารถนั่งประชุมในรถได้ ส่วนแบบสุดท้ายคือแบบ 11 ที่นั่ง รุ่นนี้มาในแบบ 4 แถว แต่เบาะคนขับและเบาะแถวสองนั้นเป็นแบบม้านั่งยาว ส่วนแบาะแถวสามเป็นเบาะแยก เพื่อเปิดเป็นทางเดินให้เข้าสู่ ที่นั่งตอนที่สี่ได้นั่นเอง



การออกแบบในส่วนของพื้นที่คนขับนั้นก็ ล้ำสมัยไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ของรถ นั่นก็คือ นอกจากหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบความคมชัดสูงขนาด 10.25 นิ้ว พื้นที่กลางแผงคอนโซลก็ยังโดดเด่นด้วยจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว และเกียร์แบบกดปุ่ม และที่ล้ำก็คือ มีกล้องมุมกว้างภายในห้องโดยสาร รวมถึงอินเตอร์คอม (ไมโครโฟน) ให้คนขับและผู้โดยสารสามารถสื่อสารถึงกันได้โดยสะดวก ไม่ต้องตะโกนโหวกเหวกอีกด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัยและระบบเตือนภัยต่างๆ ก็จัดเต็มในแบบรถร่วมสมัย



ส่วนเครื่องยนต์นั้นมีด้วยกัน 2 แบบคือ ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.2 ลิตร 4 สูบ 177 แรงม้า มีแรงบิด 432 นิวตันเมตร และ เบนซิน 6 สูบ 3.5 ลิตร รหัส G6DIII ความจุ 3.5 ลิตร มีกำลัง 272 แรงม้า และแรงบิด 338 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ทั้งสองแบบส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (เฉพาะรุ่นดีเซล มีเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะให้เลือกใช้) เชื่อว่าปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า ได้เจอตัวจริงแน่นอน!

เรื่อง : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น