อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

โตโยต้า หมดเวลายึกยัก

“ฉันจะซื้อรถไฟฟ้า ก็ต่อเมื่อโตโยต้าทำออกมาขาย” ผู้เขียนเชื่อว่ามีหลายคนแอบคิดแบบนี้ เพราะพวกเขาเชื่อว่าถ้าโตโยต้าผลิตรถไฟฟ้าออกมาเมื่อไร รถไฟฟ้าจะไม่เป็นเพียงของเล่นของคนรวย หรือพวกหัวก้าวหน้าอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นรถยนต์ของมวลชนที่มีความทนทานและราคาที่จับต้องได้อย่างแท้จริง เสาร์ที่ 24 เมษายน 2564 เวลา 12.00 น.


แม้ว่าโตโยต้าจะออกแถลงการณ์ว่ารถไฟฟ้ายังไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างนู้น อย่างนี้ และรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน จะยังอยู่ในสายพานการผลิตของพวกเขาไปอีกนานในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาซุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ตามแผนที่พวกเขาจะทยอยเปิดตัวรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามากถึง70 รุ่น! (รวมรถประเภทไฮบริด) ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2025



และแล้วการรอคอยก็ได้สิ้นสุดลง เมื่องานแสดงรถยนต์แห่งมหานครเซี่ยงไฮ้ 2021 ได้เปิดประตูขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้กับการเปิดตัวต้นแบบรถไฟฟ้าคันแรกของโตโยต้า ที่มีความใกล้เคียงกับรถโปรดักชั่นเป็นอย่างมาก ในชื่อรุ่นว่า “bZ4X” ในดินแดนแห่งรถไฟฟ้าอย่างประเทศจีน ที่รถไฟฟ้าไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ความแตกต่างนั้นก็คือรถไฟฟ้าของโตโยต้า จะไม่เป็นเพียงรถไฟฟ้าที่ขายแต่ในท้องถิ่นเท่านั้นอย่างรถไฟฟ้าจีนหลาย ๆ รุ่น แต่โตโยต้าตั้งใจที่จะพัฒนารถไฟฟ้าที่สามารถขายและผลิตได้ทั่วโลก



bZ4X ชื่อนี้สามารถถอดรหัสได้ดังนี้ bZ คือ อนุกรมใหม่ของโตโยต้า สร้างขึ้นสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยคำว่า bZ นี้มาจากคำว่า Beyond Zero ซึ่งสื่อว่ามัน “เป็นมากกว่าแค่ไร้มลพิษ” ส่วนคำว่า 4 หมายถึงกลุ่มที่ 4 ซึ่งหมายถึงพวกเขายังมีรถไฟฟ้าอีกหลายกลุ่ม อาทิ รถคอมแพ็ก รถกระบะ เป็นต้น ส่วน X ก็คือ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งทางโตโยต้าตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี ค.ศ. 2025 พวกเขาจะออกรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รวม 15 รุ่น และ 7 รุ่นนั้นจะอยู่ในอนุกรม bZ



รถต้นแบบ bZ4X นี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐาน e-TNGA หรือ พื้นฐานที่โตโยต้าพัฒนาขึ้นสำหรับรถประเภท BEV (รถไฟฟ้าพลังแบตเตอรี่) โดยเฉพาะ ซึ่งในจุดนี้คนอาจจะสงสัยว่า รถไฟฟ้าต้องบอกด้วยหรือว่าใช้พลังจากแบตเตอรี่ ก็ต้องบอกว่ายังมีรถไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากไฮโดรเจนหรือฟิวเซล (Fuel Cell) อยู่อีกประเภทหนึ่ง



แน่นอนว่าโตโยต้า เมื่อพร้อมที่จะเปิดตัวรถที่จะขายแล้วจริงๆ ล่ะก็ พวกเขาต้องมั่นใจในเรื่องความทนทาน รถรุ่นนี้ก็เช่นกันมันถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้รูปแบบตัวรถแบบ เอสยูวี ในสัดส่วนใกล้เคียงกับรถรุ่น RAV4 ที่ขายดีมากในสหรัฐอเมริกา และส่งกำลังลงล้อทั้งสี่ด้วยระบบ AWD ที่พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรจากซูบารุ (Subaru)



ความแตกต่างของรถต้นแบบ bZ4X กับรถไฟฟ้ารุ่นอื่นๆที่มีในตลาดรถไฟฟ้าในปัจจุบันที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกัน อย่าง เทสล่า โมเดล 3 (Tesla Model 3) หรือ ฟอร์ด มัสแตง มัค อี (Ford Mustang Mach-e) รวมไปถึงรถไฟฟ้าจากจีนเองหลายๆรุ่น ก็คือ โตโยต้า เลือกที่จะไม่จุกจิกมากเรื่องของอากาศพลศาสตร์ ที่หลายๆ เจ้าต่างเคลมว่าการลดแรงเสียดทานอากาศคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของรถไฟฟ้า เพื่อที่จะทำให้มันวิ่งได้เงียบและวิ่งได้ไกล แต่โตโยต้ากลับยังคงให้รูปทรงที่มีสัดส่วนและพื้นผิวที่มีเหลี่ยมสัน เล่นแสงเงาได้สวยงาม ไม่ดูแล้วเรียบเกลี้ยงจนน่าเบื่อเหมือนรถไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ และโตโยต้าเลือกที่จะใช้มือจับประตูแบบมาตรฐานที่ “เชื่อถือได้” แทนที่จะใช้แบบยืด-หดและแนบไปกับผิวรถเหมือนรถไฟฟ้าของคู่แข่ง (ที่อาจจะสวยแต่รูปแต่จูบไม่หอม หากมองในแง่ความทนทานในระยะยาว)



แต่แม้จะรูปทรงไม่หวือหวา แต่รถ bZ4X ก็นับได้ว่ามีรูปทรงสัดส่วน สวยเฉียบขาด บึกบึนแต่ก็ดูปราดเปรียวลงตัว และแม้ว่าจะมีแผงแบตเตอรี่อยู่เต็มพื้น แต่รูปทรงโดยรวมก็สามารถทำได้ลงตัว ไม่ดูแล้วรถหนาจนขัดสายตาแต่อย่างใด ส่วนการออกแบบภายในห้องโดยสารมีความร่วมสมัยด้วยการใช้จอภาพขนาดใหญ่อยู่กลางแผงคอนโซลตามสมัยนิยม และแทนที่จะใช้ระบบสัมผัสทั้งหมด พวกเขายังยืนหยัดที่จะใช้ปุ่มกดต่างๆ เป็นแบบดั้งเดิมในจุดที่ใช้งานบ่อย ซึ่งในจุดนี้ผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวคิด เพราะสร้างความมั่นใจในการใช้งานได้มากกว่า เรียกได้ว่านักออกแบบและวิศวกร ของโตโยต้า พยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่าง ความล้ำสมัยกับความง่ายในการใช้งานไว้ได้อย่างลงตัว



โตโยต้ากล่าวว่ารถรุ่น bZ4X นี้จะวางจำหน่ายจริงในกลางปี ค.ศ. 2022 ส่วนจะได้เข้ามาในบ้านเราไหม? อันนี้ต้องรอลุ้นครับ.

เรื่อง : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น