อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

"แคสปี้"แพลตฟอร์มเพื่อรายย่อย "เกษตรครบ จบในแอพเดียว"

“ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่เกษตรกรกลับมีรายได้น้อย จนทำให้ไม่มีใครอยากทำ..... อาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2564 เวลา 08.30 น.


ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่เกษตรกรกลับมีรายได้น้อย จนทำให้ไม่มีใครอยากทำ จึงมีความคิดแก้ปัญหา ผมและทีมงานจึงลงไปศึกษาข้อมูลกว่า 4 ปี จึงพบว่าปัญหาของเกษตรกรไทย คือขาดความรู้ ในการพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ และการใช้นวัตกรรมต่าง ๆ และขาดการใช้ช่องทางการขายใหม่ ๆ โดยเฉพาะผ่านโลกออนไลน์”  

เป็นคำบอกกล่าวของ อั๋น หรือ รังสิ ทุวิรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคสปี้ จำกัด กล่าวว่าเป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาแอพพลิเคชั่น แคสปี้” (Kaspy)  เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในการใช้ซื้อขายสินค้าเกษตร โดยสามารถกำหนดราคาขายได้เอง ขณะที่ผู้บริโภคก็ได้สินค้าที่มีคุณภาพผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี นอกจากการสร้างโอกาสให้เกษตรกรไทยได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ยังต้องการช่วยให้มีโอกาสทางธุรกิจอย่างเท่าเทียม รวมถึงเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจำเป็นในการซื้อ-ขายในยุคดิจิทัลนี้  



ทั้งการเรียนรู้ที่จะสร้างแบรนด์ และทำคอนเทนต์ให้กับสินค้าหรือสวน และไร่ของตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงการเรียนรู้เรื่องบริหารจัดการ เช่น การตอบแชตเมื่อลูกค้าสอบถาม รวมไปถึงการชำระเงิน การบรรจุสินค้า และการขนส่ง  

นอกจากนี้สิ่งที่แคสปี้จะเน้นคือการสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรที่ใช้เคมีในการทำการเกษตร เปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบ  “อินทรีย์” โดยมีเกษตรกรด้วยกันที่ทำอินทรีย์แล้วประสบความสำเร็จมาแบ่งปันแนวคิดและความรู้ รวมถึงชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการทำเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย ทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตเอง  โดยมีจุดประสงค์ให้เกษตรกรทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขเหมือนกับชื่อ  Kaspy ที่ตั้งขึ้นมาจากคำว่า  Kaset + Happy  



อย่างไรก็ตามในการพัฒนาแพลตฟอร์มแคสปี้ในเบื้องต้นใช้งบประมาณส่วนตัวลงทุนกว่า  20  ล้านบาท ถือเป็นอีกสตาร์ทอัพของคนไทย ซึ่งในอนาคต “คุณอั๋น” บอกว่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดรับเงินลงทุนจากกองทุนหรือวีซีที่สนใจ เบื้องต้นต้องการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์จากแคสปี้ด้วยการมีแนวคิดในการช่วยเหลือเกษตรกรและสังคมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วย  

สำหรับเป้าหมายในระยะยาว จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ธุรกิจ และ สังคม ซึ่งในส่วนธุรกิจนั้นจะวางโครงสร้างเพิ่มหมวดหมู่สินค้าให้ครอบคลุมมากที่สุด แต่ยังอยู่ในคำจำกัดความของคำว่า สินค้าเกษตร เพราะเล็งเห็นถึงการเติบโตของการซื้อ-ขายสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้นทุก ๆ วัน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาระบบ และขอให้มีสินค้าเกษตรที่ครบถ้วนมากที่สุด ดังเช่นสโลแกนแพลตฟอร์มคือ “เกษตรครบ จบในแอพเดียว  



สำหรับการขายมี 3 รูปแบบคือ ธุรกิจกับธุรกิจ (บีทูบีธุรกิจกับผู้บริโภค (บีทูซีและ ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (ซีทูซี) ปัจจุบันมีร้านค้าของเกษตรกรเข้ามาเปิดขายสินค้าแล้ว 117 ร้านค้า มีสินค้ามากกว่า 400 รายการ ใน 12 หมวด และจะเพิ่มเป็น 18 หมวด เช่น สินค้าผลไม้แปรรูป ฯลฯ และเมื่อถึงสิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มร้านค้าของเกษตรกรให้มากกว่า 3,000 ร้าน นอกจากนี้ยังจะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น แชต เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถแชตคุยเพื่อสอบ ถามตกลงซื้อขายกันได้ และตอนนี้ได้ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย ในการเป็นพันธมิตรเรื่องขนส่งสินค้าไปยังถึงมือผู้บริโภคแล้ว
  
ในส่วนของสังคมนั้นทางแคสปี้ตั้งเป้าจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่ต่อยอดได้ นั่นหมายความว่าเกษตรกรต้องมีความคิดที่จะพัฒนาตนเองในด้านองค์ความรู้ ในการผลิตสินค้าที่ดีและปลอดภัย มีความรับผิดชอบในการเป็นพ่อค้า แม่ค้า ออนไลน์ที่ดีมีความรู้ในการทำธุรกิจที่สามารถช่วยให้ตัวเองอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยไม่เบียด เบียนหรือเอาเปรียบผู้อื่น มีความเข้าใจในความหมายของคำว่า แบ่งปัน เพื่อให้เกิดภาพสังคมน่าอยู่ และสังคมปลอดภัย  



ทางแคสปี้จะมุ่งเน้นในการช่วยกลุ่มเกษตรกรรายเล็กที่ไม่เคยค้าขายทางออนไลน์มาก่อน ให้มีโอกาสได้เข้ามาขายตรงกับผู้บริโภคได้ทั้งประเทศแบบที่ไม่ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลาง และได้ขายสินค้าในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย ซึ่งในช่วงโควิด-19 ระบาดตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 เห็นได้ชัดว่าทุกคนได้รับผลกระทบจากวิกฤติในครั้งนี้ ทุกคนต้องการหารายได้ และทุกคนก็ต้องบริโภค เราจึงเปิดโอกาสให้คนที่ปลูกผัก ผลไม้ในบ้านของตนเองสามารถเปิดบัญชีเพื่อเป็นผู้ขายรายย่อยในแคสปี้ได้ โดยเล็งเห็นว่าสินค้ากลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าที่ปลอดภัย เพราะคนที่ปลูกพืชไว้กินเองย่อมไม่ใส่สารเคมีแน่นอน”  

ด้าน เสนาหอย หรือ เกียรติศักดิ์ อุดมนาค กล่าวว่า ได้หันมาทำธุรกิจการเกษตรชื่อ วินฟาร์ม เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาพบว่าการขายสินค้าเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องพัฒนาความรู้ให้กับตัวเองอยู่เสมอ สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่คือการถูกพ่อค้าคนกลางกำหนดราคาซื้อ การเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มแคสปี้ช่วยให้ขายสินค้าได้ราคา และสามารถเปิดตลาดกับผู้บริโภคได้กว้างมากขึ้นโดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ ช่วยเกษตรกรให้มีช่องทางการขาย  



ขณะที่ ฟิวส์ หรือ วานิชย์ วันทวี จาก ว.ทวีฟาร์ม  กล่าวว่า คนที่อยู่ในภาคของเกษตร กรรมส่วนใหญ่มักขาดความรู้เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การขายออนไลน์ ทำให้ขาดโอกาสการขายในวงกว้าง แต่เมื่อมีแคสปี้มาเป็นตัวกลางยิ่งช่วยเกษตรกรได้เยอะเรื่องการขายออนไลน์ เช่นเดียวกับตัวเองจากเมื่อก่อนที่มีการขายแบบบีทูบี เท่านั้น แต่ปัจจุบันเริ่มมีลูกค้าแบบบีทูซีมากขึ้น ทำให้มีฐานลูกค้าที่กว้างจากช่องทางออนไลน์  

จะเห็นได้ว่าในยุคที่การค้าไร้พรมแดน อยู่ที่ไหนก็ค้าขายได้ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวช่วย..หากรู้จักใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ก็จะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น.  
 
 จิราวัฒน์ จารุพันธ์
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น