อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

ตลาดรถEVคึกคัก! คาดอีก4ปีเปิดโมเดลใหม่กว่า350รุ่น

SHARGE ชี้ ตลาดรถ EV คึกคัก คาดพบอีก 4 ปี ค่ายรถเปิดโมเดลใหม่กว่า 350 รุ่น แนะรัฐเร่งสนับสนุนการเพิ่มจุดให้บริการชาร์จ หวังให้ผู้ขับขี่หันมาใช้รถ EV มากขึ้น เสาร์ที่ 1 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.08 น.

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาร์จ แมเนจเม้นต์ ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เปิดผลลวิจัยต่างชาติระบุปี 2568 ค่ายรถยนต์ทั่วโลกเล็งเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 350 รุ่น  หนุนรถยนต์ไฟฟ้าใน จีน ยุโรป และสหรัฐ เติบโต 120 ล้านคัน ดันความต้องการใช้พลังงานชาร์จในปี 2573 สูงเกือบ 3 แสนล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ระบุเทรนด์พฤติกรรมผู้ใช้งานในสหรัฐ 75-80% เน้นการชาร์จตามบ้าน โดยมองตลาดการชาร์จรถยนต์ EV ในไทยสอดคล้องสหรัฐ เหตุสัดส่วนประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว คาดหากไม่มีที่ชาร์จเพียงพอจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต   

นายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นต์ จำกัด (SHARGE) ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า จากข้อมูลของแมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี (McKinsey & Company) บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารชั้นนำของโลก ระบุว่าภายใน 4 ปีข้างหน้า (หรือปี 2568) ค่ายรถยนต์ทั่วโลกจะเปิดตัว “รถยนต์ไฟฟ้า” (Electric Vehicle: EV) มากกว่า 350 รุ่น ด้วยระยะทางการขับขี่ที่ไปได้ไกลขึ้นจากปัจจุบัน ปัจจัยดังกล่าวจะสนับสนุนให้รถ EV ในจีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ในปี 2573  เติบโตประมาณ 120 ล้านคัน 



ขณะเดียวกันความต้องการพลังงานในการชาร์จโดยรวมสำหรับรถ EV เหล่านี้จะเติบโตอย่างมากในช่วงปี 2563 - 2573 โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 – 280,000 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งปัจจัยทั้ง 2 นี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้รถไปจากเดิมที่รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) จะเติมเชื้อเพลิงที่สถานีบริการเท่านั้น แต่รถ EV สามารถชาร์จไฟได้ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และระหว่างการเดินทาง อย่างไรก็ตามความต้องการพลังงานไฟฟ้าของรถ EV ที่เพิ่มขึ้นนี้หากไม่มีที่ชาร์จเพียงพอจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการการศึกษาพฤติกรรมการชาร์จรถ EV จาก 3 ภูมิภาค (จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา) พบว่าผู้คนที่ใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลส่วนใหญ่จะจอดรถไว้เป็นเวลา 8-12 ชั่วโมงในเวลากลางคืน และทำการชาร์จไฟที่บ้านด้วยสัดส่วนที่สูงถึง 75-80% เนื่องจากเป็นเรื่องง่ายและมีต้นทุนถูกกว่าการชาร์จตามสถานที่อื่น เนื่องจากอัตราค่าไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยมีราคาถูกกว่าไฟฟ้าเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม และการชาร์จส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ค่าไฟฟ้าต่ำกว่าช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในแต่ละวัน



อย่างไรก็ตามจากข้อมูลการเติบโตของรถ EV ที่จะเปิดตัวเพิ่มขึ้นจำนวนมากในระยะเวลาอันใกล้ การเร่งพัฒนาจุดชาร์จให้เติบโตควบคู่ไปกับ EV จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้ผู้ใช้รถหันมาเปลี่ยนรถยนต์สันดาปไปสู่รถ EV มากขึ้น ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีเพียงประมาณ 1,000 หัวชาร์จ ซึ่งหากไม่มีนโยบายเร่งสนับสนุนการเพิ่มจุดให้บริการชาร์จอาจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตของตลาดรถ EV แต่หากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จตามบ้านด้วยการออกกฎหมายให้สามารถติดตั้งหม้อแปลงแยกสำหรับการชาร์จรถ EV ในแต่ละบ้านได้ จะลดปัญหาเกี่ยาวกับการชาร์จ EV เป็นอย่างมาก อีกทั้งการแยกหม้อแปลงหากคิดค่าไฟฟ้าต่ำกว่าไฟบ้านก็จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ขับขี่หันมาใช้รถ EV มากขึ้น.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น