อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

812 คอมเพติซิโอเน่ ลิมิเต็ด ขีดสุดดีเอ็นเอของเฟอร์รารี

เฟอร์รารี 812 คอมเพติซิโอเน่ ดีเอ็นเอจากสนามแข่ง นับยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในซีรีส์พิเศษจำนวนจำกัด โดยพัฒนามาจากรุ่น 812 ซูเปอร์ฟาสต์ เปิดตัวสู่สายตาสาวกเฟอร์รารี พร้อมกันทั่วโลก โดยถ่ายทอดสดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เผยโฉมคู่กับ “รุ่น 812 คอมเพติซิโอเน่ เอ” ซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเช่นกัน จันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 11.22 น.


"812 คอมเพติซิโอเน่” ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับตัวถังแบบทาร์กา-ท็อป ที่เป็นดั่งตัวแทนแห่งความรุ่งโรจน์ของยนตรกรรมเปิดประทุนจากม้าลำพอง งานเปิดตัวครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่จีทีสปอร์ติ้ง แอคทิวิตี้ ดีพาร์ทเมนต์ สถานที่สุดพิเศษที่เพิ่งเปิดใหม่ตั้งอยู่ในสนามแข่งฟิโอราโน เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งจนไม่อาจแยกจากกันระหว่างสปอร์ตคาร์แห่งมาราเนลโล และดีเอ็นเอที่ส่งตรงมาจากความสำเร็จในสนามแข่ง



โดย รุ่น 812 คอมเพติซิโอเน่ วิ่งโชว์ในสนามแข่งเพื่อเผยให้เห็นถึงบริบทของรถทั้งในด้านของประสิทธิภาพและสมรรถนะสูงสุด รวมถึงรับฟังเสียงคำรามของขุมพลังเฟอร์รารี วี12 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ หลังจากนั้นได้เปิดตัว รุ่น 812 คอมเพติซิโอเน่ เอ ซึ่งรถทั้งสองรุ่นผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเหล่านักสะสมและผู้หลงใหลในความเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์รารี ที่นำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้กับทั้งเครื่องยนต์, ระบบไดนามิกของรถและอากาศพลศาสตร์เพื่อยกระดับสมรรถนะของรถให้สูงขึ้นอีกขั้น ว่ากันว่าผู้ขับจะรู้สึกราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับรถเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยของรถทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะบนถนนหรือในสนามแข่ง เพราะรถตอบสนองทุกการควบคุมอย่างฉับพลันผู้ขับจะได้รับขีดสุดความสนุกทุกย่านความเร็ว



รถทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับขุมพลัง วี12 ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ที่คว้ารางวัลมามากมายรุ่นเดียวกับที่ใช้ใน 812 ซูเปอร์ฟาสต์ จนได้ผลลัพธ์เป็นขุมพลัง วี12 แบบไม่มีระบบอัดอากาศที่ทำกำลังสูงสุดได้ถึง 830 แรงม้า ทรงพลังร่วมด้วยความตื่นเต้นเร้าอารมณ์และเสียงคำรามตามแบบฉบับของเฟอร์รารี วี12 การเพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบเท่าเดิมที่ 6.5 ลิตร ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนทางวิศวกรรมใหม่เพื่อให้ได้มาซึ่งเรดไลน์ที่สูงขึ้น ส่วนรอบเครื่องสูงสุดทำได้ถึง 9,500 รอบ/นาที เมื่อรวมกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นจึงสร้างอรรถรสได้อย่างไร้ขีดจำกัดทั้งในด้านของพลังและอัตราเร่ง ผลลัพธ์เหล่านี้ได้มาจากการออกแบบองค์ประกอบหลักของเครื่องยนต์ใหม่ อาทิ ก้านสูบ, ลูกสูบ และเพลาข้อเหวี่ยง เป็นต้น



ก้านสูบไททาเนียมมีน้ำหนักเบาในขณะที่ให้แรงเสียดทานต่ำในระดับเดียวกัน สลักลูกสูบเคลือบด้วยดีแอลซี (ฟิล์มเคลือบผิวด้วยคาร์บอนที่มีสมบัติคล้ายเพชร) ลดค่าแรงเสียดทานจึงช่วยเพิ่มสมรรถนะ, ลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและลดการสึกหรอจุดที่ถูกพัฒนามากที่สุดคือ ฝาสูบที่ออกแบบใหม่หมด แคมชาฟต์เคลือบด้วยดีแอลซีจะทำการเปิด-ปิดผ่านชุดกระเดื่องกดวาล์วเคลือบดีแอลซี พัฒนามาจากรถแข่งเอฟวัน ของเฟอร์รารีและปรับใช้กับเครื่องยนต์นี้โดยเฉพาะ โดยใช้ระยะยกแคมชาฟต์ที่สูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์จะได้รับปริมาณอากาศที่ถูกต้องในทุกความเร็วรอบเครื่อง ระบบไอดีจึงได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด และเพื่อมอบพลังเสียง, ประสิทธิภาพและสุนทรียภาพที่ยอดเยี่ยมปลายท่อไอเสียจึงติดตั้งให้สามารถมองเห็นได้เด่นชัด ย้ำถึงภาพลักษณ์ของรถที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่งทว่าไม่ลดทอนความสง่างาม



นอกจากนั้นยังติดตั้งเรโซเนเตอร์เข้าไปอีกหนึ่งคู่ที่ท่อไอดีเพื่อเพิ่มความถี่เสียงของเครื่องยนต์ให้ไพเราะยิ่งขึ้น มาพร้อมกับชุดเกียร์ 7 สปีดคลัตช์คู่ ยกระดับสมรรถนะให้ถึงขีดสูงสุด และมอบสัมผัสขณะเปลี่ยนเกียร์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถวี12 การปรับระบบควบคุมใหม่ให้่สปอร์ตมากกว่าเดิม

ดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าประกอบด้วยระบบแอโรว์ปรับได้แบบแพสซีฟซึ่งจะทำงานเมื่อความเร็วสูงกว่า 250 กม./ชม. ขึ้นไป เมื่อแผงดังกล่าวปรับดิฟฟิวเซอร์ไปจนสุดจะช่วยให้รถสามารถไต่ขึ้นไปยังความเร็วสูงสุดได้ ส่วนด้านท้ายของ 812 คอมเพติซิโอเน่ มาพร้อมกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเลย์เอาต์ของระบบไอเสีย, รูปทรงของดิฟฟิวเซอร์, ขนาดของสปอยเลอร์, แผงหลังและดีไซน์ของกันชนดิฟฟิวเซอร์หลังได้รับการขยายออกไปจนเต็มพื้นที่ความกว้างของรถ
 


แต่จุดที่สะดุดตาจริง ๆ ก็คือแผงด้านท้ายที่ปิดทึบเต็มพื้นที่ เป็นครั้งแรกที่นำมาใช้กับรถแบบโปรดักชั่น นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นเป็นพิเศษในเรื่องของการทำให้รถเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ส่งผลให้น้ำหนักโดยรวมลดลงถึง 38 กก. เมื่อเทียบกับ 812 ซูเปอร์ฟาสต์ ส่วนที่ได้รับการโฟกัสที่สุดก็คือระบบขับเคลื่อน, เกียร์และตัวถังภายนอกมีการนำคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้กับตัวถังหลาย ๆ ชิ้นส่วน เช่น กันชนหน้า, กันชนหลัง, สปอยเลอร์ ที่โดดเด่นอีกจุดก็คือการเปลี่ยนมาใช้แผงด้านหลังแบบอะลูมิเนียมทั้งชิ้นแทนกระจกหลังตัวเรียงกระแสอากาศที่ส่วนบนของแผงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกให้กับรถ ขณะที่เอฟเฟกต์แบบโครงกระดูกสันหลังส่งให้ภาพรวมของการออกแบบเฉิดฉายยิ่งขึ้น



ดีไซน์ภายในห้องโดยสารก็ได้รับความใส่ใจอย่างยิ่งด้วยการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์, ผ้าที่ผลิตขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษทำให้มีน้ำหนักเบาและลดฉนวนป้องกันเสียงรบกวนลง แดชบอร์ดและแผงประตูแบบเล่นระดับอันเป็นซิกเนเจอร์ของรถ แผงประตูปรับให้เบาขึ้นทั้งในส่วนของรูปแบบและน้ำหนัก ส่วนร่องเกียร์กลางห้องโดยสารเชื่อมโยงอดีตและอนาคตของเฟอร์รารีเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นครั้งแรกที่ถูกนำมาใช้กับยนตรกรรม วี12 และยังสะท้อนให้เห็นจิตวิญญาณของ 812 คอมเพติซิโอเน่ และประวัติศาสตร์ของแบรนด์เฟอร์รารี.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น