อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อยากซื้อมือถือสักเครื่อง ต้องพิจารณาจากอะไร?

ในยุค "ดิจิทัล"ที่การสื่อสารเข้ามามีบทบาทแถบทุกช่วงเวลาของการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ทำให้โทรศัพท์มือถือ.... อาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.07 น.


ในยุค "ดิจิทัล"ที่การสื่อสารเข้ามามีบทบาทแถบทุกช่วงเวลาของการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ทำให้โทรศัพท์มือถือ หรือ "สมาร์ทโฟน" กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีติดตัวตลอดเวลา และถึงกับมีการเปรียบเปรยให้เป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว!!!

เพราะสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนอกจากจะใช้โทรฯ พิมพ์แชตแล้ว ยังสามารถใช้ เพื่อการทำงาน เปิดเช็กอีเมล ทำธุรกรรมทางการเงิน ไปจนถึงการใช้เพื่อความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ฯลฯ ทำให้การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่อง เพื่อมาเป็นเพื่อนคู่ใจข้างกายเรา ต้องพิจารณาดูจากอะไรบ้าง ติดตามอ่านกันได้เลย

1. งบประมาณ
เงินในกระเป๋า ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่เป็นตัวกำหนดความสามารถในการซื้อของเราว่า จะได้สมาร์ทโฟน ประมาณไหน? โดยปัจจุบันตลาดจะแบ่งเป็น 3 เซ็กเมนต์ คือ สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น หรือระดับล่าง ซึ่งจะมีราคาเครื่องเริ่มตั้งแต่หลักพันถึงหนึ่งหมื่นบาท สมาร์ทโฟนระดับกลาง ราคาตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นบาท และ สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ราคาตั้งแต่สองหมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น รุ่นแฟล็กชิป หรือเรือธง ที่แต่ละแบรนด์จะอัดสเปกและฟีเจอร์การใช้งานแบบจัดเต็ม



ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งเครื่องมีราคาแพงวัสดุที่ใช้ประกอบ ดีไซน์การออกแบบ สเปกอุปกรณ์ในตัวเครื่อง รวมถึง ฟีเจอร์การใช้งานก็จะเป็นสิ่งแตกต่างที่จะได้มา แลกกับเงินที่จ่ายไป แต่การตัดสินใจซื้อควรจะดูงบประมาณหรือกำลังซื้อที่มีมากกว่าความต้องการ “โก้เก๋” ที่จะได้ถือสมาร์ทโฟนตัวท็อป แลกกับต้อง “กินมาม่าแทนข้าว”

2. ระบบปฎิบัติการ
ปัจจุบันอย่างที่ทราบกันดีว่าสมาร์ทโฟนในตลาด จะมีระบบปฎิบัติการ หรือ โอเอส หลักๆอยู่ 2 ค่าย คือ ไอโอเอส( IOS) ของแอปเปิล และ แอนดรอยด์ (Android) ของกูเกิล แต่หลังจากหัวเว่ยที่เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ สัญชาติจีน โดนสหรัฐแบน ซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้าระหว่างประเทศ 2 ยักษ์ จาก 2 ทวีป ทำให้ หัวเว่ย ถูกระงับ ไม่ให้ใช้ GMS (Google Mobile Service) ของกูเกิล ที่ประกอบไปด้วยบริการพื้นฐานสำคัญๆ อาทิ เพลย์ สโตร์ที่เป็นเหมือนคลังที่ใช้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลงเครื่อง และ กูเกิล แมพ กูเกิล โครม ยูทูบ ฯลฯ ทำให้ หัวเว่ย ต้องพึ่งตนเอง พัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่ขึ้นมา คือ ฮาร์โมนีโอเอส (HarmonyOS) เพื่อใช้งานในสทาร์ทโฟนตนเอง โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านแอพแกลเลอรี่

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากระบบปฏิบัติการต่างๆ แล้ว หากเราอยากได้ไอโฟนแน่นอนว่าก็ต้องใช้ระบบฯ ไอโอเอส ส่วนหากต้องการใช้สมาร์ทโฟนของหัวเว่ย ก็จะเป็น ฮาร์โมนีโอเอส ที่เป็นทางเลือกใหม่ ส่วนระบบแอนดรอยด์ ก็จะมี สมาร์ทโฟนหลายแบรนด์ ทั้งจาก จีน เกาหลี หรือยุโรป ให้เลือกตามความชอบและกำลังทรัพย์ในกระเป๋าของแต่ละคน



อย่างไรก็ตามแต่ละโอเอส ก็มีข้อดี ข้อด้อยในตัวเอง โดยไอโอเอสของแอปเปิล ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียร ความเร็ว และเรื่องซีเคียวริตี้ หรือความปลอดภัย เช่น หากจะดาวน์โหลแอพลงเครื่องก็จะถามแอปเปิลไอดีทุกครั้ง ซึ่งสำหรับคน ขี้หลงขี้ลืมก็อาจจะลำบากหน่อย จุดเด่นอีกอย่างแม้จะพัฒนาไอโอเอส เวอร์ชั่นใหม่มา ก็ยังเปิดโอกาสให้ไอโฟนรุ่นเก่าๆ สามารถอัพเดทได้ ทำให้ใครที่เป็นสาวกไอโฟน ซื้อเครื่องหนึ่งใช้ได้นาน 4-5 ปี แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาเครื่อง ที่แพงกว่าชาวบ้านเค้า

ในขณะที่ระบบแอนดรอยด์ มีข้อดี คือ มีเครื่องให้เลือกหลายยี่ห้อ หลายราคา ส่วนใหญ่จะสามารถเพิ่มความจุ จากการ์ดหน่วยความจำ เช่น ไมโครเอสดี ได้  และดาวน์โหลดแอพฯจากเพลย์สโตร์ ได้ง่ายไม่ยุ่งยาก มี GMS ให้ใช้งานครบ ส่วนระบบ ฮาร์โมนีโอเอส ตัวเลือกแอพพลิเคชั่นอาจจะยังไม่มากเท่า 2 เจ้าแรก แต่จำนวนแอพก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดบแอพฯพื้นฐานต่างๆที่นิยมก็มีให้ดาวน์โหลดครบในปัจจุบัน ซึ่งการใช้งานความยาก-ง่ายก็คงขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนด้วย หลายๆคนเคยใช้ระบบไหนมาจนคุ้นชิน ก็ไม่อยากเปลี่ยนข้ามค่าย ต้องมาเรียนรู้การใช้งานใหม่ๆ

3 .สเปกเครื่อง
เรื่องสเปกของตัวเครื่องก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกสมาร์ทโฟนคู่ใจ อย่างที่บอกสเปกเครื่องสูงๆ อาทิ ซีพียูหรือระบบประมวลผลใช้ตัวแรง แรมหรือหน่วยความจำเยอะ กล้องความละเอียดสูง หน้าจอมีความคมชัดสูง แบตเตอรรี่ฮึด ใช้งานได้ยาวนาน หรือรองรับ 5 จี ฯลฯ ก็ต้องแรกมาด้วยด้วยค่าตัวที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ การเลือกสเปกเครื่อง ควรดูจากความต้องการจากพฤติกรรมการใช้งานของเราดีกว่า แต่ปัจจุบันก็มี สมาร์ทโฟน บางแบรนด์จากจีนใช้กลยุทธ์ อัดสเปกมาให้ใน “ระดับเทพ” เทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธง แต่กดราคาต่ำ ในระดับกลาง มาในคอนเซปต์ “จ่ายแพงกว่าทำไม” ก็เป็นตัวเลือกในความคุ้มค่าที่น่าสนใจสำหรับคนไม่ยึด “ติดยี่ห้อแบรนด์ดัง” เมื่อต้องมาถืออยู่ในมือ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอีกอย่างก็คือ เลือกเครื่องที่รองรับ 5 จี เพราะอย่างที่รู้ๆกันอยู่ ตอนนี้ ผู้ให้บริการมือถือ หรือโอปเรเตอร์ ได้เปิดให้บริการ 5 จีในเชิงพาณิชย์กันแล้ว และเครื่องที่รองรับ 5  จีที่เข้าสู่ตลาด ก็มีราคาถูกลงเรื่อยๆ ระดับราคาหลักพันก็มี ซื้อแล้วจะได้ใช้ไปยาวๆไม่ต้องมาเสียเงินเปลี่ยนเครื่องใหม่อีก



4.พฤติกรรมการใช้งาน
แต่ละคนก็มีพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนที่แตกต่างกันไป บางคนชอบใช้เพื่อ ดูหนังฟังเพลง บางคนใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ถ่ายรูป รวมถึงใช้การเล่นเกม ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันสมาร์ทโฟนที่ออกสู่ตลาด แต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่น ก็จะมีการชูจุดเด่นเพื่อเป็นจุดขายให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เช่น สมาร์ทโฟนสำหรับถ่ายรูปเซลฟี่ ก็จะมีกล้องความละเอียดสูงถ่ายรูปสวย หากจะใช้เพื่อดูหนัง ฟังเพลง ก็ต้องพิจารณาถึงความละเอียดและความกว้างของหน้าจอ ระบบเสียง แต่หากใช้เพื่อเล่นเกม  แน่นอนว่าต้องเลือก "ซีพียูแรง แบตฯต้องฮึด" หรือจะเป็นสายคอนเทนต์ ที่มีกล้องเทพ สามารถถ่ายรูปและวิดีโอได้แบบมืออาชีพ ฯลฯ แต่หากใช้แค่พื้นฐาน โทรฯ พิมพ์แชต ดูหนัง ฟังเพลงบ้าง หรือ เล่นเกม ที่มีกราฟิกไม่หนักมาก สมาร์ทโฟนระดับกลางก็ “เอาอยู่” สบายๆ


 

5.โปรโมชั่น
 เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจ เพราะหลายแบรนด์ก็แข่งกันเดือดเมื่อออกรุ่นใหม่มา ทั้งเรื่อง ลด แลก แจก แถม บางแบรนด์เปิดตัวออกมาราคาสอง-สามหมื่นบาท แต่จัดของแถมมูลค่าเป็นหมื่นบาทก็มี รวมถึงโปโมชั่นของ โอปเรเตอร์ ซึ่งหากเราใช้มือถือของค่ายนั้นอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อเครื่องในราคาที่ได้ส่วนลดตามแพ็กเกจที่ใช้ และ สิทธิพิเศษที่มี ได้แคชแบ๊ก ผ่อน 0% จากบัตรเครดิตรด้วย เผลอๆ สามารถซื้อรุ่นเรือธงราคาสาม-สี่หมื่นบาทได้ ในราคาสองหมื่นกว่าๆ แต่ต้องแลกกับการจ่ายค่าแพ็กเกจล่วงหน้า และติดสัญญาระยะยาว ห้ามยกเลิกบริการหรือย้ายค่าย ก็ต้องลองบวกลบคูณหารถึงความคุ้มค่า สามารถดูรายละเอียดโปรโมชั่นมีอะไรบ้างได้ในเว็บของค่ายมือถือ หรือ เข้าไปถามพนักงานที่ช้อปกันได้

ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่แนะนำเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อ ให้ได้สมาร์ทโฟนที่ โดนใจทุกคน.
 
จิราวัฒน์ จารุพันธ์

ภาพ : pixabay.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น