เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (25 พ.ค.) พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์ จันทร์ด้วง ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุยิงกัน ที่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 7 ต.หนองนกไข่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือดใต้เก้าอีกนั่งพลาสติกสีชมพู ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นายณรงค์ฤทธิ์ เกตุแก้ว อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน และเป็น เลขานุการนายก อบต.หนองนกไข่ เบื้องต้นทราบว่าถูกกระสุนไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณศีรษะ อาการสาหัส ญาตินำตัวส่ง โรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ แพทย์ทำการผ่าตัดนำตัวเข้ารักษาต่อในห้องไอซียูแล้ว จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

สอบสวนน.ส.บี (นามสมมุติ) หลานสาวผู้บาดเจ็บเบื้องต้นเล่าว่า ตา มีอาชีพทำสวน ขายพืชผักผลไม้ และยังมีตำแหน่งเป็นเลขานุการนายก อบต.หนองนกไข่ รับตำแหน่งมาได้ประมาณ 1 ปี โดยปกติตาเป็นคนคุยสนุก อารมณ์ดี ก่อนเกิดเหตุตนกับตาและยายนั่งอยู่ด้วยกันหน้าบ้าน โดยตาเพิ่งกลับมาจากไปงานศพก็เข้าไปอาบน้ำแล้วก็มานั่งอ่านเอกสารบนเก้าอี้พลาสติกหน้าบ้าน ส่วนตนกับยายนั่งอ่านหนังสือและดูทีวีอยู่ข้างๆ จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แล้วตาก็ฟุบก้มหน้าลงแล้วมีเลือดไหนนอง จึงทราบว่าถูกยิงและรีบแจ้งตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลทันที

น.ส.บี กล่าวอีกว่า สาเหตุไม่ทราบแน่ชัดเพราะตาไม่เคยพูดถึงปัญหาอะไรกับลูกๆหลานๆ ส่วนใหญ่จะปรึกษาปัญหากับยายคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นทุกคนจึงไม่รู้ว่าตามีปัญหาอะไรกับใครที่ไหนจนถูกซุ่มยิงเช่นนี้ แต่ก็เชื่อกันว่าน่าจะเป็นประเด็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น อยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่เพียงแต่ตาเท่านั้นที่ได้รับอันตราย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้คนในครอบครัวและญาติๆ รู้สึกหวาดกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตไปด้วยเช่นเดียวกัน

พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ระดมทีมสืบสวนโรงพักและจังหวัด ลงพื้นที่เก็บข้อมูลให้ครอบคลุมมากที่สุด และจากการตรวจสอบวงจรปิดภายในบ้านที่บันทึกภาพชัดเจนขณะผู้บาดเจ็บถูกยิง คาดว่าวิถีกระสุนมาจากหน้าบ้าน สันนิษฐานว่าคนร้ายมาซุ่มยิงบริเวณสวนกล้วยไม้หน้าบ้าน ระยะห่างประมาณ 50 เมตร จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บหลักฐาน และตรวจสอบวงจรปิดตามเส้นทางที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายมาสอบสวนถึงสาเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป