เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำการในหลายประเทศ ยังมีการเผยแพร่ประกาศเรื่องห้ามนำกัญชาและกัญชง เข้าไปในประเทศนั้นๆ โดยเพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า กัญชาและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา รวมถึงน้ำมันซีบีดี (Cannabidiol) บางชนิด เป็นสารสกัดผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณทีเอชซี (Tetrahydrocannabinol) ไม่เกิน 0.3 เปอร์เซ็นต์ หรือได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ)

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน จึงขอแจ้งเตือนคนไทย ห้ามนำกัญชา กัญชง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของพืชชนิดดังกล่าวที่มีปริมาณเกินกำหนด เข้ามาในสหรัฐ แต่หากฝ่าฝืน มีสิทธิถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ ปรับเงิน หรือถูกจับกุมตามโทษของกฎหมายสหรัฐ ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางควรศึกษาข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามในการนำเข้าสหรัฐ ก่อนเข้าประเทศ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ https://www.tsa.gov หรือ คลิกที่นี่

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ระบุว่าขอแจ้งเตือนคนไทยว่า ห้ามเสพ ครอบครอง จำหน่าย ส่งออก หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกัญชาหรือกัญชง ในประเทศเนปาล หากผู้ใดฝ่าฝืน อาจได้รับโทษจำคุก 1 เดือน-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-100,000 รูปี ตามพระราชบัญญัติควบคุมยาเสพติดให้โทษของเนปาล

รวมถึงเพจเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โพสต์แจ้งเตือนคนไทยว่ากัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมายกัมพูชาทุกกรณี โดย ห้ามปลูกต้นกัญชา รวมถึงห้ามสกัด แปรรูป เสพ ครอบครอง ลำเลียง หรือจำหน่ายทั้งต้นกัญชา ยางกัญชา และน้ำมันกัญชา หากฝ่าฝืน ต้องโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 100 ล้านเรียล (ประมาณ 900,000 บาท)

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบันดาเสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม แจ้งเตือนเรื่องการ ห้ามนำกัญชา กัญชง หรือสารสกัดจากกัญชาเข้าไปในบรูไนดารุสซาลาม แต่หากฝ่าฝืน จะมีโทษตามกฎหมายบรูไนฯ โดยกรณีลักลอบนำเข้า อย่างน้อย 330 กรัม และไม่เกิน 500 กรัม มีโทษจำคุก 20-30 ปี และโบย 15 ครั้ง แต่ถ้าลักลอบนำเข้าเกิน 500 กรัม มีโทษประหารชีวิต ส่วนกรณี ลักลอบนำเข้าสารสกัดจากกัญชา 130 กรัม และไม่เกิน 200 กรัม มีโทษจำคุก มีโทษจำคุก 20-30 ปี และโบย 15 ครั้ง แต่ถ้าลักลอบนำเข้าเกิน 500 กรัม มีโทษประหารชีวิต