“ทำไมต้องเข้ากระบวนการนี้ด้วย ใครจะอยากไปสมานฉันท์กับคนอย่างมันคนที่ทำให้ ผัวของพี่ตายอ่ะเหรอ?” เสียงตอบโต้เปี่ยมอารมณ์ผสมทั้งความแค้นเคืองและความไม่เข้าใจของ ผู้หญิงคนหนึ่งเธอคือผู้เสียหายอยู่ในสถานะชีวิตพัง ต้องกลายเป็นม่ายสามีตายแต่ถูกชักชวนให้เข้าร่วม กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เรื่องใหม่ที่เธอทั้งไม่เข้าใจและขุ่นเคืองใจที่ต้องให้อภัยคนที่ก่อเหตุหรือผู้กระทำผิด
เรื่องราวสะเทือนอารมณ์นี้ถูกนำมาเล่าเรียงร้อยพร้อมข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ ยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ในภาพยนตร์สั้นเชิงสารคดีเรื่อง”ก้อนหินที่หายไป” อำนวยการผลิตโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรรมแห่งประเทศไทยหรือ (TIJ) เปิดฉายครั้งแรก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ในงานเสวนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการรับรอง ข้อมติสหประชาชาติเรื่องหลักการพื้นฐานขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ในเรื่องทางอาญา 2565 ที่จัดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ในระบบผ่าน Zoom และ Facebook Live ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)

ภาพยนตร์สั้นเรื่องก้อนหินที่หายไปนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานสื่อที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างเสริมความ เข้าใจต่อสาระสำคัญและประโยชน์ของการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาปรับใช้ในกระบวน การยุติธรรมของไทย
ภาพยนตร์อ้างอิงโครงเรื่องและคดีอาญาจากเหตุการณ์จริง คดีวัยรุ่นปาหินรถตู้ (2547-2561) วัยรุ่นปาหินใส่รถตู้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ.2547 และคดีจบลงอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2561 ด้วยการรับผิด ชดเชย สำนึกผิด ขอโทษและการให้อภัยระหว่างคู่กรณี (วัยรุ่นที่กระทำผิด กับ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต) กลายเป็นตัวอย่าง สะท้อนให้เห็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังที่ตัวละครฝ่ายทนายความเอ่ยตั้งคำถามในหนังสั้นว่า “สิ่งที่แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลยคือ ใครจะสามารถให้อภัยคนที่ก่อเหตุทำให้สามีตัวเองตาย” แต่การใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ทำให้ “มันเป็นไปได้”

กระบวนยุติธรรมเชิงสมานท์ฉันท์ (Restorative Justice หรือ RJ) เป็นส่วนเสริมในกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่เดิมส่งเสริมให้ผู้กระทำผิดได้สำนึกผิด และชดเชยความเสียหายที่ได้ตนก่อขึ้น การเยียวยาไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน แต่อาจเป็นการเลิกพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ หรือการช่วยให้ผู้กระทำผิดกลับตัวกลับใจ กลับไปสู่สังคมอย่างมีคุณภาพได้จริง กระบวนการนี้มุ่งเน้นเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย รวมถึง ชดเชยสิ่งต่าง ๆ ที่ได้สูญเสียไป และการดูแลแก้ไขส่วนอื่น ๆ ตามที่คู่กรณีได้ตกลงกันไว้ ที่สำคัญที่สุด ทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมพร้อมใจ
เนื้อหาภาพยนตร์ “ก้อนหินที่หายไป” เสนอมุมมองรอบด้านที่สะท้อนความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ชีวิตของสามีผู้เสียหายเสียไปอย่างไม่อาจฟื้นคืนมาได้ แต่ชีวิตของภรรยาที่ยังมีอยู่ได้รับการฟื้นฟูถึงเบื้องลึก เช่นเดียวกับผู้กระทำผิดที่ได้ชดใช้และฟื้นฟูศักยภาพมนุษย์จากกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ที่มุ่งเยียวยา ฟื้นฟูมนุษย์อย่างรอบด้านของทั้งผู้กระทำ (ก่อเหตุอาชญากรรม) และ “การรับผิด การสำนึกผิด คำขอโทษ และการให้อภัย” อันเป็นหัวใจของความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เพื่อให้ ทุกคนอยู่ในสังคมได้อย่างสันติสุข

ทั้งนี้ ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือและร่วมแรงทั้งคู่กรณี ผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ทนาย ฝ่ายศาล เจ้าหน้าที่ควบคุม ความประพฤติ นักจิตวิทยา รวมไปถึงคนชุมชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ต้องเข้าถึงชุมชน
ในงานเสวนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการรับรองข้อมติสหประชาชาติ เรื่องหลักการพื้นฐานขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ใน เรื่องทางอาญา เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ งานเสวนาฯ จัดขึ้น เพื่อเผยแพร่ผลงานต่าง ๆ และกิจกรรมอันเกิดจากความร่วมมือ ระหว่าง TIJ และภาคีที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ภายใต้บริบทของสังคมไทย

“ภาพยนตร์สั้นเชิงสารคดีนี้จัดทำขึ้นโดยมุ่งหวังสร้างความเข้าใจในการจัดกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ชมที่สนใจได้อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยยังมุ่งส่งเสริมโครงการรณรงค์เชิงนโยบายว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เยาวชนโดยจัดทำค่ายเยาวชน เน้นการรับฟังและสะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ผ่านมุมมองของเยาวชนในการนำมาประยุกต์ใช้ภายใต้บริบทของสถานศึกษาในประเทศไทย” ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในพิธีเปิดงาน
“ในภาคการศึกษา คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมูลนิธิเครือเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ซึ่งมาร่วมกับ TIJ เป็นกลุ่มนำร่องในการจัดกิจกรรมส่งเสริม RJ in School ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความตระหนักและความเข้าใจกลุ่มเยาวชนและครูที่เกี่ยวข้องในการระงับข้อพิพาทในโรงเรียน” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่ง ประเทศไทย กล่าวเสริม

ภายในงานเสวนาจะได้รับชมวิดีทัศน์หัวข้อ กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์กับความยุติธรรมทางอาญา โดย Yvon Dandurand ศาสตราจารย์เกียรติคุณสาขาอาชญาวิทยาและ กระบวนการยุติธรรมทางอาญา มหาวิทยาลัยแห่งแฟรเซอร์แวลลีย์ แคนาดา/นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ/ นายวงศ์เทพ อรรถไกวัลวที ที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยและอดีตรองเลขาธิการอาเซียนด้านประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน/ นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก
รวมถึง เวทีเสวนา หัวข้อ การส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ โดย
ผู้กำกับภาพยนตร์สั้นเชิงสารคดีเรื่อง “ก้อนหินที่หายไป”
คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือผู้แทน
ประธานฝ่ายการศึกษามูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือผู้แทน
อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม หรือผู้แทน
นำเสนองานวิจัยและดำเนินการเสวนา โดย นายอุกฤษฏ์ ศรพรหม
ผู้จัดการโครงการการสนับสนุนงานด้านหลัก นิติธรรม
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ยังคงมุ่งมั่นผลักดันให้มีการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ไปปรับใช้ในทุกขั้นของการดำเนินงาน ด้านความยุติธรรมในประเทศไทย และการทำความเข้าใจให้ความรู้กับทุกฝ่ายรวมถึงสังคมทั่วไปเป็นภารกิจสำคัญ

นอกจากการจัดฉายในงานเสวนาวิชาการครั้งนี้แล้ว ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมภาพยนตร์สั้น “ก้อนหินที่หายไป” ได้ทางช่องยูทูบ “TIJ Just Right Channel” โดยหวังว่าเรื่องราวกินใจในชีวิตจริงที่ กลายมาเป็นละครสอนสังคมในหนังสั้นเรื่องนี้ จะช่วยสร้างพลังให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนขับเคลื่อนและนำ “กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์” ไปปรับใช้ในการจัดการคดีความ หรือ ข้อพิพาท ในกระบวนการยุติธรรม และในสังคมต่อไปได้



