จากกรณี ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา มีเหตุเพลิงไหม้บ้านพัก 2 ชั้น ในพื้นที่ ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ทางรถดับเพลิงพร้อมฝ่ายงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือฉีดน้ำสกัดกั้นเปลวเพลิงนานกว่า 1 ชั่วโมง จนเพลิงสงบ ตรวจสอบพบว่าเสียหายทั้งหลัง ประเมิณมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท โดยพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่เพียงคนเดียว คือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี มีอาการเมายาเสพติด ให้การวงวนไปมา คาดว่าจะก่อเหตุเผาบ้านดังกล่าวจึงคุมตัวไปสอบสวน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุ นายเอ ยังให้การอะไรไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงสอบปากคำ นางแดง (นามสมมุติ) ยายของ นายเอ แทน โดยให้การอ้างว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของลูกสาวและลูกเขย ทั้งสองไปค้าขายที่ จ.ชลบุรี นาน ๆ จะกลับมาบ้านสักครั้ง ปล่อยให้ลูกชายที่ติดยาหนักอยู่เฝ้าบ้านเพียงคนเดียว ก่อนหน้านี้ ตนและสามีก็เคยอยู่ด้วย แต่เพราะรักตัวกลัวตาย เวลาหลานเมายาเสพติดหนัก ๆ ก็จะถือมีดเดินไปทั่ว จนตนและสามีต้องหนีมาอยู่บ้านอีกหลัง
ส่วนเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านนั้น ได้แจ้งให้ลูกสาวทราบแล้ว ลูกสาวและลูกเขยต่างก็ร้องไห้เสียใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นได้ บ้านหลังนี้เกิดจากความพยายามเก็บเล็กผสมน้อย สร้างจนได้บ้านหลังใหญ่ราคาเป็นล้าน ทั้งสองหวังจะมาพักอาศัยช่วงบั้นปลายชีวิต แต่สุดท้ายลูกก็มาเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน

ด้าน นายดำ (นามสมุติ) ตาของ นายเอ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง นอนน้ำตาคลอ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคงไม่อยู่ที่นี่แล้ว หลานจะตามฆ่าทุกวัน หากขอเงินไม่ได้ จะหนีไปอยู่กับญาติพี่น้องที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เพราะหลานชายติดยาอย่างหนัก สมัยเด็กๆ ไม่เคยเป็นคนแบบนี้ แต่พอโตขึ้นกลับกลายเป็นคนละคน.



