เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลครั้งที่ผ่านมาว่า พรรคประชาธิปัตย์พอใจภาพรวมการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ ดังนี้ 1.รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 3 คน คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์, นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านอภิปรายได้ครบถ้วนสมบูรณ์ 2.ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เกือบทั้งหมดลงมติไปในทิศทางเดียวกัน แสดงถึงความมีเอกภาพภายในพรรค ทั้งที่ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจฯมีข่าวที่ทำให้หลายฝ่ายมองว่าจะมีการลงมติแตกต่างกัน 3.ผลการลงมติรัฐมนตรีของพรรค 3 คน อาจมีคะแนนที่แตกต่างกันบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานต่อไปในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าอาจมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากการอภิปรายนั้น การปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีและแต่ละพรรคการเมือง สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่เป็นนัยสำคัญที่จะนำไปสู่การปรับ ครม.ของพรรค อย่างไรก็ตาม พรรคจะใช้เวลาที่เหลือก่อนสภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระ ในการมุ่งมั่นทำงานตามนโยบายที่ประกาศไว้ให้สัมฤทธิผลให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
ทางด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นไปตามความคาดหมายของหลายฝ่ายที่เห็นว่า ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายนั้น ยังไม่สามารถให้ประชาชนคล้อยตามได้ว่ารัฐมนตรี 11 คน ที่ถูกอภิปรายนั้นไม่สมควรที่จะได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อไป แต่กลายเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงผลงานและประชาชนทราบถึงการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งได้ย้อนเกล็ดพรรคฝ่ายค้านถึงเรื่องการทุจริตในอดีต ซึ่งรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 คน สามารถชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ได้เป็นอย่างดี อาทิ นายจุรินทร์ชี้แจงข้อกล่าวหาที่ว่ามีส่วนทำให้เกิดการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยาง นอกจากนายจุรินทร์จะไม่เกี่ยวข้องใดๆ แล้ว ยังได้ชี้แจงถึงผลการปราบปรามการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและมันสำปะหลัง รวมถึงสามารถชี้แจงการดูแลราคาสินค้า ที่ดีกว่ารัฐบาลในอดีต
ขณะที่ นายนิพนธ์ ชี้แจงข้อกล่าวหา ที่ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่สมัยเป็นนายก อบจ.สงขลา และยืนยันว่านโยบายที่ให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินนั้น เป็นการแก้ไขระเบียบเพื่อกระตุ้นการลงทุนในภาวะการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ได้เป็นการขายชาติ ส่วนนายจุติได้ยืนยันถึงการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านที่อยู่อาศัยผ่านการเคหะแห่งชาติอย่างโปร่งใส แต่ปรากฏข้อครหาของผู้อภิปรายนายจุติที่เคยนำเอกสารเท็จมาอภิปราย จนมีการฟ้องร้องโดยหน่วยงานที่ได้รับความเสียหายแล้ว
“บรรยากาศการอภิปรายทั้ง 4 วัน ได้เห็นปรากฏการณ์ที่ ส.ส.ฝ่ายค้านบางราย แสดงออกแบบเล่นใหญ่เพื่อหวังจะให้มีการตกรางวัลให้กับตัวเอง เช่น การใช้ตรรกะประเภทไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม เพื่อเป็นการปกป้องกรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามฟ้องร้องในคดีนี้เกือบ 1,200 คดี มีการนำเรื่องที่ละเอียดอ่อน ไม่สมควรที่จะอภิปราย มาพูดจาจนสร้างภาพจำให้กับชาวบ้านในเขตเลือกตั้ง โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการละเมิดความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญของ ส.ส.รายหนึ่ง เป็นต้น ดังนั้น การที่ฝ่ายค้านโหมโรงโฆษณาแบบเอิกเกริก แต่พอถึงเวลาจริงกลับทำให้ประชาชน หัวจะปวด ผมจึงเห็นว่าหลังจากอภิปรายคราวนี้ เหลือเวลาอย่างมากอีก 8 เดือนก็จะเข้าสู่การเลือกตั้ง และเชื่อว่าในสภาฯชุดหน้านั้น ยังมีฝ่ายค้านพรรคเดิม จะต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก 4 ปีอย่างแน่นอน จึงอยากให้ฝ่ายค้านทำการบ้านให้มากขึ้นก่อนที่จะยื่นอภิปรายฯ ในครั้งต่อไป”
นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า การที่นายจุรินทร์ได้รับคะแนนความไว้วางใจจากสภาฯ น้อยที่สุดนั้น ก็ต้องน้อมรับผลจากวิจารณญาณของ ส.ส.แต่ละคน แต่ทั้งนี้ตนและพรรคประชาธิปัตย์มีความเชื่อว่ารัฐมนตรี ส.ส. อดีต ส.ส. และว่าที่ผู้สมัค รส.ส.ของพรรคฯ จะเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่านายจุรินทร์เหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมทั้ง ส.ส.และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในสภา ให้ความไว้วางใจนายจุรินทร์ เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า



