เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีผลโหวตที่คะแนนไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.1) มีมากกว่าคนอื่นสะท้อนอะไร ว่าคะแนนที่ออกมาสะท้อนว่า ส.ส.รัฐบาลจำนวนหนึ่งไม่ยอมรับการบริหารของ พล.อ.อนุพงษ์ อย่างชัดเจน ซึ่งมีข่าวมาตลอดว่าจะไม่ยกมือให้ก็เป็นตามนั้น เรื่องนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ต้องย้อนมองตัวเองว่าที่ผ่านมาทำอะไรไว้และทำงานอย่างไร รวมทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่อุ้ม พล.อ.อนุพงษ์ มาตลอดพิจารณาว่าการให้ พล.อ.อนุพงษ์ นั่งรมว.มหาดไทย 8 ปี เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ที่สำคัญวันนี้กระทรวงมหาดไทยสนองตอบ พล.อ.อนุพงษ์ คนเดียว ทั้งปลัด อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด สนองความต้องการคนเดียว
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวการขย่ม พล.อ.อนุพงษ์ เพราะต้องการให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไปเป็น รมว.มหาดไทย นายสมคิด กล่าวว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำอะไรกันอยู่ กลัวอะไรกันอยู่ถึงไม่แสดงท่าทีให้ชัดก่อนหน้านี้ การจะเปลี่ยนใครไม่ว่าแต่ควรเปลี่ยนได้นานแล้ว เพราะผลงานที่ออกมาไม่มีให้เห็น อยู่ในตำแหน่ง ไม่มีอะไรดีขึ้น เป็นตำแหน่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เพื่อต่างตอบแทนเท่านั้นเอง ส.ส.พรรค พปชร.ควรตื่นได้แล้วเพราะเวลาเลือกตั้งใกล้มาถึง จะรีบทำอะไรก็รีบทำ
ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านระบุจะมีการยื่นตรวจสอบรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ ว่ายังไม่ได้คุยรายละเอียดว่าจะยื่นตรวจสอบใครบ้าง ในประเด็นอะไรบ้าง มีเพียงการให้สัมภาษณ์ออกไป แต่ยืนยันว่ามีการยื่นตรวจสอบต่อเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน แต่ในรายละเอียด สัปดาห์หน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือถึงความขัดเจนในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
ทางด้าน นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงผลโหวตในสภาว่า ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะรัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก ก็ย่อมมีเสียงโหวตไว้วางใจ แม้ผ่านการอภิปรายไปได้ รัฐบาลก็มีเวลาบริหารประเทศอีกประมาณ 8 เดือนถ้าอยู่ครบเทอม และต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปไม่เกิน มี.ค.66 ทุกพรรคการเมืองก็ต้องกลับไปขอการสนับสนุนจากประชาชนอีก ซึ่งประชาชนจะยังคงจำได้ว่าพรรคไหนอยู่ฝ่ายรัฐบาล พรรคไหนอยู่ฝ่ายค้าน ถ้าประชาชนมีความสุข ก็อาจเลือกพรรคร่วมรัฐบาลต่อ ถ้าทุกข์หนักก็อาจเลือกพรรคอื่น ดังนั้นทุกคนมีสิทธิกำหนดอนาคตของตนเอง จะยากดีมีจนก็หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน ตามหลักการ one man one vote และตนคิดว่าประชาชนรอชี้ขาดในวันเลือกตั้ง
โดยทุกฝ่ายต้องทำให้ผลเลือกตั้งครั้งต่อไปมีความหมายและสะท้อนเจตจำนงของคนไทยส่วนใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ตามกฎหมายขณะนี้ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุด อาจไม่ได้ถูกโหวตจากสภา เนื่องจากมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.มีสิทธิเท่ากันในการโหวตนายกฯ นี่คือความเท่าเทียมแบบเทียมๆใช่หรือไม่ เพราะประชาชนเลือก ส.ส.แต่ไม่ได้เลือก ส.ว. ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ทำให้คนตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจของนายกฯ คนต่อไปด้วย เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ เป็นเรื่องหลักการประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องความชอบหรือไม่ชอบตัวบุคคลหรือประโยชน์ของพรรคการเมืองหนึ่งการเมืองใด แต่เป็นเรื่องการเคารพสิทธิและเสียงของประชาชน กติกาที่เป็นธรรม ทำให้การเข้าสู่อำนาจของผู้นำในอนาคตสง่างาม



