แม้ผลการซักฟอกจะปรากฏออกมาแล้วว่าเรือแป๊ะลอยลำผ่านฉลุยได้ไปต่อในช่วงโค้งสุดท้ายอายุรัฐบาล ซึ่ง “บิ๊กป้อม” กวาดแต้มไว้วางใจสูงสุดและไม่ไว้วางใจต่ำสุด สวนทางกับ “บิ๊กป๊อก” น้องรักอีกคนที่มีคะแนนโหวตคว่ำไม่ไว้วางใจมากที่สุด 

ขณะที่ “จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รมว.พาณิชย์ ได้คะแนนความไว้วางใจท้ายแถวเป็นที่โหล่ สะท้อนความปั่นป่วนภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง 

แต่ที่อาการหนักสุดเห็นจะเป็นความร้าวฉานภายใน “พรรคพลังประชารัฐ” พรรคแกนนำรัฐบาล ที่ไม่สามารถคุมเสียงโหวตให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ สะท้อนออกมาที่ผลโหวตเก้าอี้ มท.1 ของ “บิ๊กป๊อก” รวมถึงเก้าอี้ รมว.แรงงาน ของ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ที่เจอกลุ่ม 6 ส.ส.ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ แหกมติพรรคโหวตสวนไม่ไว้วางใจ เป็นไปในทิศทางเดียวกับพรรคเศรษฐกิจไทยของ “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย  

สำหรับ “บิ๊กป๊อก” กระแสข่าวข้ออ้างในการโหวตคว่ำคือ ความหมางเมินไม่ใส่ใจดูแลในเรื่องบประมาณในพื้นที่เมืองปากน้ำ ขณะที่ “เสี่ยเฮ้ง” เจอล้างแค้นให้กับกลุ่ม “อัศวเหม” ในเรื่องการส่งผู้สมัคร ส.ส.ปากน้ำ ที่มีความใกล้ชิดกับ รมว.แรงงาน  

เอฟเฟกต์ที่ถูกจับตาหลังจากนี้คือการเลื่อยขาเก้าอี้ มท.1 เอาไปประเคนให้พี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” เพื่อเตรียมกระสุนความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งรอบหน้า หลังเกมโค่นบัลลังก์ “บิ๊กตู่” ในศึกซักฟอกรอบที่แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า ฟาก “บิ๊กป้อม” ตอบอ้อมแอ้มๆ ไปตามเรื่องว่า “ไม่รู้เลย เรื่องนี้ต้องแล้วแต่นายกรัฐมนตรี” มาที่ “บิ๊กตู่” ก็บอกว่าเรื่องการปรับ ครม. เดี๋ยวค่อยว่ากัน  

อย่างไรก็ตามนับจากนี้อายุรัฐบาลจะเหลือเพียง 8 เดือน หากไม่เกินอุบัติเหตุทางการเมืองใดๆ ขึ้นก่อน ถึงผลโหวตไม่ไว้วางใจที่ออกมา 11 รัฐมนตรีรวมตัวนายกฯ เองจะรอดมาได้ แต่ผลคะแนนที่ออกมาย่อมสะท้อนความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐมนตรีแต่ละคนได้ระดับหนึ่ง  

ปัญหารอยรัก รอยร้าว คลื่นใต้น้ำ หอกข้างแคร่ ทั้งในพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะแรงกระแทกอยากดัน “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” มานั่งเก้าอี้ มท.1 เป็นเผือกร้อนที่ “บิ๊กตู่” ต้องรับลูกพิจารณาถึงการปรับ ครม. เปลี่ยนทีมฝีพายเรือแป๊ะในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อปรับทัพรับสงครามสนามเลือกตั้งที่รออยู่อย่างไร.