เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 ส.ค 2565 “ด้วยรักแห่งแผ่นดิน : With Love for the Nation” ระหว่างวันที่ 1-15 ส.ค. 2565 ที่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยนำผีเสื้อประดิษฐ์จากผ้าประจำถิ่นของพี่น้องประชาชนทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 10,545 ตัว อันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีของคนไทยทั้งประเทศ ร่วมประดับตกแต่งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า มท. ร่วมกับสมาคมแม่บ้าน มท. จัดกิจกรรมการสาธิตและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลผลิตจากการน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งนิทรรศการเกี่ยวกับผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลผลิตจากการน้อมนำพระราชดำริฯ และการสาธิตประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าประจำถิ่นของจังหวัด แบ่งเป็น 2 จุด ได้แก่ ศาลาที่ 1 สาธิตการประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าประจำถิ่นของจังหวัด เพื่อให้พี่น้องประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ได้มีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ผีเสื้อ และนำผีเสื้อไปประกอบการจัดนิทรรศการและประดับตกแต่งต้นไม้โดยรอบบริเวณหอนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ พร้อมทั้งมีจุดเช็กอินถ่ายภาพและที่ติดประดับผีเสื้อผ้าไทย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ในช่วง 4 วันแรกของการจัดงาน คือ ระหว่างวันที่ 1-4 ส.ค. 2565 เป็นการสาธิตโดยกลุ่มศิลปะประดิษฐ์ดอกไม้จากรังไหม แม่หนูจีน ศรีนัมมัง และกลุ่มสาธิตจาก จ.นครราชสีมา นครพนม และอุดรธานี ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ร่วมชมการสาธิตและลงมือประดิษฐ์ผีเสื้อเป็นจำนวนมาก ทั้งการประดิษฐ์ผีเสื้อเพื่อตกแต่งนิทรรศการ และการประดิษฐ์เป็นเข็มกลัดนำไปเป็นของที่ระลึกติดเสื้อติดกระเป๋า รวมทั้งได้รับเกียรติจากท่านเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานด้วย

ด้าน ดร.วันดี กล่าวด้วยว่า สำหรับในส่วนของศาลาที่ 2 เป็นการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทยและออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย 4 ภูมิภาค ซึ่งในช่วงระหว่างวันที่ 1-4 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นการจัดแสดงนิทรรศการฯ และออกร้านฯ ของศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์และบ้านท่าเรือ จังหวัดนครพนม กลุ่มทอผ้าไหมหมี่ขิดบ้านสีชื่นชม จ.อุดรธานี กลุ่มผ้าตุ้มทอง จ.บุรีรัมย์ กลุ่มสตรีทอผ้าแพรวา จ.กาฬสินธุ์ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านแม่คึมมะอุสวนหม่อน จ.นครราชสีมา ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเที่ยวชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไทย สร้างรายได้ให้กับช่างทอผ้าและผู้ประกอบการมากกว่า 3 แสนบาท ทำให้เกิดการสร้างรายได้จากภูมิปัญญา หัตถศิลป์ หัตถกรรม อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และเป็นสิ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงรื้อฟื้นผ้าไทยให้กลับมาเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน

“สำหรับในห้วงระหว่างวันที่ 5-8 ส.ค.นี้ จะเป็นการสาธิตการประดิษฐ์ผีเสื้อ และการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทยพร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยของภาคใต้ ได้แก่ 1.กลุ่มศิวนาฏ จ.พัทลุง ซึ่งได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาด้วยการนำลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ” มาดัดแปลงกับลวดลายความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพัทลุง ผสมผสานกับรูปแบบผ้าเก่าเมืองชัยบุรี เริ่มจากการพิมพ์ลายขอทับลงบนเนื้อผ้าในชั้นที่ 1 และพิมพ์ย้อมเก็บสี เพื่อนำมาทับด้วยลายดอกรวงผึ้ง ซึ่งเป็นลายโบราณของเมืองพัทลุง เพื่อให้เกิดลายผ้ามิติใหม่ของลวดลายทั้ง 2 บนเนื้อผ้า ซึ่งกลุ่มศิวนาฏถือเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ที่นำผ้าไทยพื้นถิ่นและลวดลายของความเป็นเอกลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นมาสร้างมูลค่าของผ้าไทยให้เป็นที่นิยมของคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัยมากยิ่งขึ้น และ 2.กลุ่มผ้าทอเกาะยอ จ.สงขลา โดย “ผ้าเกาะยอ” เป็นผ้าทอพื้นเมืองของชาวบ้านในต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา มีความประณีตและสีสันที่สวยงาม โดยมีการทอยกดอกที่มีลวดลายอ่อนนุ่ม ทอมาจากเส้นใยฝ้ายที่มีเนื้อแน่น ลวดลายไม่ซับซ้อน เป็นลวดลายที่เกิดจากการขิด ด้วยการทอด้วยมือและแบบเหยียบตะกอแยกเส้นยืนขึ้น-ลง ทำให้เกิดลายตารางคล้ายกับผ้าขาวม้า มีจุดเด่นที่มีลายในเนื้อผ้านูนขึ้นมา มีลายเส้นละเอียดสวยงาม และมีความคงทน เนื้อผ้าดูแลรักษาง่าย ลายตารางที่มีขนาดเล็กซ้อนๆ กัน ทอด้วยด้ายสองสี นอกจากนี้ ผ้าทอเกาะยอมีการทอเป็นลายดอกชนิดต่างๆ มากมาย เช่น ลายก้านแย่งหรือชื่อเดิมคือลายคอนกเขา ซึ่งเป็นลายที่สวยที่สุด ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นลายราชวัตร โดยผ้าทอเกาะยอถือเป็นอัตลักษณ์และวิถีของชาวเกาะยอ เพราะได้มีการสืบทอดต่อกันภายในครัวเรือนแบบรุ่นต่อรุ่นเรื่อยๆ มาเป็นเวลาหลายร้อยปีจนถึงปัจจุบัน” ดร.วันดี กล่าว.



