วันที่ 8 ก.ย. ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว กล่าวระหว่างเป็นประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา เรื่อง “การรับงานไปทำที่บ้านในยุคชีวิตวิถีใหม่” โดยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระตุ้นให้สังคมก้าวสู่การใช้ชีวิตประจำวันในสังคมปกติใหม่ (new normal) ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้รูปแบบวิถีชีวิตและการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต รวมทั้งลักษณะการทำงานและนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ตกลงจ้างงานกับบุคคลผู้ทำงานที่ย่อมมีการปรับตัวตามสภาพสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน จึงเป็นที่มาของการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่กฎหมายที่เข้าไปคุ้มครองให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันให้ลูกจ้างสามารถนำงานไปทำนอกสถานประกอบกิจการ หรือนอกสำนักงานของนายจ้างได้

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างฯ ฉบับนี้ ที่ได้เพิ่มมาตรา 23/1 เป็นเรื่องสำคัญในระบบการจ้างแรงงานในปัจจุบัน เนื่องจาก “การทำงานที่บ้าน (Work from home)” ตามร่างกฎหมายนี้อาจมีลักษณะการทำงานคล้ายกับ “การรับงานไปทำที่บ้าน (Work at home)” แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางด้านนิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง หรือในข้อกฎหมายก็อาจมีความเชื่อมโยงกับกฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานที่รับไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2547 ที่ออกตามความในมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

ดังนั้น กมธ.แรงงาน วุฒิสภา จึงจัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจของระบบหรือลักษณะการทำงานที่บ้าน กับ การรับงานไปทำที่บ้าน แนวทางปฏิบัติในอดีต ข้อดีข้อเสียหรือปัญหาอุปสรรคและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอนุสัญญาระหว่างประเทศ ตลอดจนเพื่อทราบถึงประเด็นและแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องตามร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อประโยชน์ต่อการใช้เป็นแนวทางในการจัดทำคำชี้แจง แนวปฏิบัติตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เมื่อมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วต่อไป โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ไอแอลโอ ทีดีอาร์ไอ องค์การลูกจ้าง องค์การนายจ้าง เข้าร่วมการสัมมนาจำนวน 150 คน.



