โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปินชื่อดัง เปิดใจในงาน เปิดบริษัทใหม่ ทรู โทน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (TRUETONE) หลังจากที่ กระทิง ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ พระเอกชื่อดังช่อง 3 ได้พูดถึงคดีแชร์ Forex-3D พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ชักชวนให้ใครมาเล่น ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของโต๋เป็นดาวน์ไลน์ของกระทิงด้วย

โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เปิดเผยว่า สำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น อยู่ในคำที่ผมเขียนชี้แจง ที่ผมโพสต์ในไอจีของผม ตามนั้นทุกอย่าง เรื่องนี้คนแรกที่ผมโทษคือตัวผมเอง เพราะว่าผมไม่รู้ว่าคิดอะไร รู้สึกว่าตัวเองหลงเชื่อได้ยังไง  โง่มากที่บอกว่าเว็บไซต์หนึ่งจะมาเทรดแทนเรา คนแรกที่ผมโทษคือตัวผมเอง ฉะนั้นสิ่งที่ผมสูญเสียไปทั้งหมด ผมคิดกับตัวเองตลอด นั่นคือบทเรียนราคาแพงของผม ที่ผมต้องจ่ายไปกับความโง่ของตัวเอง เจ็บแล้วก็ต้องจำครับ

ถามว่าเกิดจากการชักชวนหรือไม่ ที่ทำให้ได้รู้จักกับ Forex-3D  นี้ คือมันเป็นการพูดคุย เป็นการแนะนำในกลุ่มที่เล่นกีฬาด้วยกัน ส่วนที่มีการยืนยันจากอีกฝ่ายว่าเขาไม่ได้ชักชวนใครนั้น  ก็ตามที่ผมเขียน มีการพูดคุยกันอยู่ ผมไม่แน่ใจว่าเส้นระหว่างการบอกว่าชักชวนหรือแนะนำคืออะไร แต่เราเรียนรู้จากการที่เราไปนั่งเล่นกีฬาด้วยกัน แล้วก็พูดถึงเรื่องนี้ด้วยกัน แล้วก็ส่งเว็บมา แล้วเราก็เข้าไปดูเว็บ แล้วมันดูน่าเชื่อถือมาก ผมไม่พูดเยอะ เพราะมาพูดตอนนี้ ก็ไปเชื่อได้ไง มันพลาดเองที่ผมไปหลงเชื่อ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับ กระทิง ขุนณรงค์ หรือยังนั้น ศิลปินหนุ่มบอกว่า ไม่คุยครับ อย่างที่ผมเขียนเลยครับ เวลาเรารู้สึก ผมเข้าใจมาตลอด ว่า Forex-3D มันคือการลงทุน เวลาลงทุนผมคิดว่ามันคือราคาที่เราต้องจ่ายให้กับความโง่ของเราเอง เราโดนไป ณ ตอนนั้นที่ไม่ทำอะไรเลย ก็เพราะว่ามันคือความผิดของผมล้วน ๆ ผมบอกตัวเองทุกวันว่าจะไม่ทำอย่างนี้แล้ว จะไม่มีการลงทุน หรือทำอะไรโดยที่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่เคยคิดว่าจะกลายเป็นลูกทีมของใคร  ผมไม่ทราบว่ามันคืออะไร ผมก็รู้พร้อมกับทุกคน คือเมื่อ 3-4 ปีก่อน การลงทุนมีหลายรูปแบบมาก แต่สมัยนั้นเราไม่รู้ว่าคืออะไร นี่คือการลงทุนครั้งแรกของผม ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร นี่คือบทเรียนสำหรับผม ก่อนที่จะลงทุนทำอะไร ผมต้องรู้ว่ามันคืออะไร  หลังจากนี้คือจะทำอะไรต้องมีประสบการณ์ เจ็บแล้วจำ จะลงทุนอะไรเราต้องศึกษา เราต้องรู้ เราต้องอธิบายได้ว่ามันคืออะไรครับผม

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนในวงการบันเทิงกับการลงทุน ณ ตอนนี้เป็นยังไง โต๋ กล่าวตอบว่า อย่างที่บอกผมโทษตัวเอง ถ้าไม่เข้าไปดู ไปลองเล่น เข้าไปลองว่ามันคืออะไร เข้าไปลงทุนโดยที่เราไม่รู้ มันคือตัวเราล้วน ๆ ถามว่าวันนี้ยังไม่ได้เงินคืนใช่ไหม คือผมไม่เคยได้อะไรคืน และผมไม่เคยได้รับเงินเพื่อที่จะไม่พูดอะไร ผมไม่เคยได้รับอะไร มั่นใจมีหลักฐานตรวจสอบได้ และผมยินดีให้ตรวจสอบ ผมไม่เคยได้รับอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นครับ ส่วนจะดำเนินคดีและแจ้งความในฐานะผู้เสียหายหรือไม่นั้น ศิลปินหนุ่มบอกว่า  ตอนนี้กำลังปรึกษาผู้ใหญ่กับทนายอยู่ครับมีอัปเดตแล้วจะแจ้งให้ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า อย่างคำว่าอายในข้อความที่ชี้แจง คนตีไปเยอะ  ตอนนั้นคิดอะไรที่ทำให้อายไม่อยากออกมาบอก โต๋ บอกว่า  ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าคืออะไรเลย  ผมก็ทราบพร้อมทุกคน แล้วผมถามหน่อยถ้าคุณเป็นผม ถ้าคุณโดนหลอก คุณอายไหม ผมก็อาย แล้วอย่างที่ผมบอกเลยคนแรกที่ผมโทษ ผมโทษตัวเอง ผมโทษที่ไปหลงเชื่อ ทุกอย่างมันอยู่ที่เรากด มันเป็นเพราะเราล้วน ๆ เราโทษตัวเอง คำว่าอายในที่นี้ของผมคือ ผมเขินที่จะบอกว่าผมไม่รู้เรื่องเลย ผมก็โดนเหมือนกัน ผมก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

โต๋ บอกอีกว่า ซึ่งหลังจากที่เกิดเรื่องดังกล่าว ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมา อย่างที่ผมบอกว่าตามที่ดูจากข้อมูลดีเอสไอ กรณีเดียวที่จะเป็นผู้เสียหายได้ คือผมไม่ได้ชวนใครต่อ ดาวน์ไลน์ของผมคือศูนย์ ตามหลักฐานภาพออกมาชัดเจนแล้ว คือดาวน์ไลน์ของผมคือศูนย์และไม่ได้ชวนใครต่อ ผมยินดีให้ความร่วมมือและข้อมูลทุกอย่าง  พูดตรง ๆ ผมก็คือเหยื่อและผู้เสียหายคนนึง  ตอนนี้เครียดนิดหน่อย แต่อย่างที่บอก ผมมั่นใจว่าผมก็เสียหายเหมือนกัน มั่นใจว่าผมอยู่ในกลุ่มนี้  ส่วนเรื่องดำเนินคดีหรือแจ้งความในฐานะผู้เสียหายนั้น ตอนนี้กำลังปรึกษาผู้ใหญ่กับทนายอยู่ครับ มีอัปเดตแล้วจะแจ้งให้ทราบ 

ท้ายสุดโต๋ได้ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา พร้อมบอกว่าผมก็พลาดได้ ผมก็เสียค่าโง่ได้ ผมพูดตรง ๆ เลยมายืนตรงนี้อย่างที่บอกมันเขินที่จะบอก เราเสียค่าโง่ไป และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนเท่านั้นเอง  นี่คือคำอธิบายที่ผมบอกว่าทำไมผมถึงเขินและอายตอนนั้น ก็เพราะว่าเราก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันตอนนั้นครับ