.เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระได้ให้สมาชิกหารือถึงปัญหาต่างๆ โดยนายณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย หารือถึงกรณีปัญหาราคาน้ำยางพารา DRC หรือยางพารา 30% ราคาตกลงเหลือ 43 บาท ว่า ขณะนี้เกษตรกรสวนยางพาราหลายคนได้เข้าร้องเรียนปัญหาราคายางตกต่ำกับตนในฐานะ ส.ส.หลายครั้ง พร้อมฝากให้ช่วยกระตุ้นรัฐบาลและ ส.ส. ช่วยกันแก้ไขปัญหาราคายางฯ ในระยะเร่งด่วน และวางแผนแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืน

โดยกระทรวงพาณิชย์ ควรทำหน้าที่ในการหาตลาดและเปิดตลาดใหม่ ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่ในการควบคุมการผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำและการส่งออก อย่าไปโทษการยางแห่งประเทศ (กยท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำงานในลักษณะรูทีน ไม่ใช่หน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายทั้งระบบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตอนยางพาราราคาสูง 60-70 บาท ทุกพรรคการเมืองต่างออกมาแสดงตนว่าเป็นฝีมือและผลงานของตัวเอง แต่พอตอนราคาตกต่ำเหลือ 100 บาทต่อ 3 กิโลกรัม ทุกพรรคกลับหายเงียบ กลับไปโทษพรรคอื่น ซึ่งการเป็นนักการเมืองควรต้องรับผิดและรับชอบไปพร้อมๆ กัน ออกมาช่วยเหลือยามที่ชาวสวนยางมีทุกข์

“การแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ รัฐบาลอย่าใช้ยาพาราเซตามอลระงับอาการไว้ เพราะไม่มีทางทำให้ชาวสวนยางลืมตาอ้าปากได้ แต่ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรักษาอาการป่วยให้ตรงจุด ไม่นำเงินงบประมาณมาอุดช่องโหว่ เพราะอุดอย่างไรก็ไม่เต็ม ที่สำคัญผมไม่อยากเห็นยางพารา ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรสำคัญของบ้านผม เป็นสินค้าการเมืองต่อไป แต่ต้องเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างแท้จริง ผมอยากเห็นรอยยิ้มและอนาคตของชาวสวนยางแบบไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง ขอเป็นกำลังใจให้กับสวนยางพาราทั้งประเทศ โดยที่พรรคภูมิใจไทยจะอยู่เคียงข้างชาวสวนยางพาราเสมอ” นายณัฎฐ์ชนน กล่าว.