การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยวแบบ 100 % โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติหายเกลี้ยงในบัดดล เช่นเดียวกับธุรกิจท่องเที่ยว “ปางช้างแม่แตง”  จ.เชียงใหม่พลอยฟ้าพลอยฝนรับผลกระทบไปด้วย ปัจจุบันปางช้างดังกล่าวมีช้างที่ต้องดูแลจำนวน 64 เชือก วัว ควาย อีก 70 ตัว และคนงานกว่าอีก 300 ชีวิตเฉพาะรายจ่ายค่าอาหารช้าง วันละ 1,000 บาทต่อเชือก คูณจำนวน 64 เชือก ตกวันละ 64,000 บาท” ไหนจะค่าจ้างคนดูแลช้าง 1 คน ต่อ 1 เชือก เกี่ยวกับเรื่องนี้ “วาสนา ทองสุข” หรือ “แม่เลี้ยงหล้า” เจ้าของปางช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่บอกตรงๆว่ายืนหยัดสู้มาตลอดตั้งแต่ช่วงแรกของการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าจะดูแลช้างทุกเชือกให้ดีที่สุด ทั้งอาหารและคุณภาพชีวิตของช้าง ที่ต้องพาไปเดินออกกำลังกาย จึงจำเป็นต้องมีคนดูแลแบบตัวต่อตัว

“สังเกตดูได้ค่ะว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีช้างตายไปจำนวนมาก รวมทั้งปัญหาสุขภาพช้าง ซึ่งเป็นผลกระทบจากโควิด-19 เจ้าของต้องลดจำนวนคนเลี้ยงช้างลง ทำให้ช้างต้องถูกล่าม ยืนอยู่กับที่เป็นเวลานาน เพราะไม่มีใครพาไปเดินเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย  ตลอดจนทำให้ระบบขับถ่ายทำงานไม่ดี ท้องอืด และล้มลงในที่สุด”

แม่เลี้ยงหล้า เล่าว่าช้างเคยช่วยเราให้มีรายได้มาเป็นสิบปี ยี่สิบปี แต่เราแค่เจอวิกฤติปีสองปี เราจะทิ้งเขาได้อย่างไรแม้ว่าเราจะสามารถประกาศขายได้ในราคาดีก็ตาม แต่ราเลี้ยงเขามาอย่างดี เลี้ยงดู ผูกพันเหมือนคนในครอบครัว ซึ่งเรายอมขายทรัพย์สินที่มีเพื่อเลี้ยงดูเขาอย่างดีเหมือนเดิม อีกอย่างเราก็ทำใจไม่ได้ว่าถ้าขายเขาไปคนใหม่จะดูแลช้างเหมือนเราไหม ในปี 2563 ที่ผ่านมาเรามีรายจ่ายที่ต้องดูแลช้าง พนักงาน ประมาณ 20 ล้านบาท และในปี 2564 นี้อีก20 ล้านบาท ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ขณะที่เงินสะสมของเราก็ร่อยหรอลงไปทุกที จนต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่ขายออกไปเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย บางอย่างก็ขายขาดทุน เพื่อจะได้มีเงินสดมาหมุนเวียน ถือว่าของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่นอกจากข้างแล้ว ในส่วนของคนงานนั้น เราต้องทยอยลดจำนวนลง โดยบริหารจัดการแบบพึ่งหาอาศัยกัน บางคนก็มาบอกว่าขอช่วยทำงานที่ปางช้างต่อไป แม่เลี้ยงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างผมก็ได้  แต่เราก็จ่ายเพียงแต่ลดจำนวนคนงานลง ให้เหลือครอบครัวละ 1 คน  เพราะอย่างน้อยในครอบครัวนั้นก็ยังมี หนึ่งคนที่มีรายได้

ตอนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเลย  บางวันมีนักท่องเที่ยวไทยแวะเวียนมา ซึ่งเราก็พยายามหารายได้เข้ามาทุกทางไม่ว่าจะเป็นหลักร้อย หรือหลักพัน ขณะที่รายจ่ายเรามีหลักแสนต่อวัน เช่นก่อนนี้เราเคยนำมูลช้างไปแจกชาวบ้าน  แต่ตอนนี้ก็นำมาบรรจุถุงขายเป็นปุ๋ยมูลช้างขาย ทำผลไม้อบแห้ง และเพิ่มธุรกิจขายน้ำยาฆ่าเชื้อ ซิลเวอร์นาโน ทว่า “สิ่งที่เราจะไม่ทำเด็ดขาดคือ การเปิดรับบริจาค หากมีคนใจบุญนำอาหาร ผัก ผลไม้ มาบริจาคให้น้องช้าง เราก็จะให้ช้างตอบแทนโดยการแสดง และแบ่งอาหารไปให้เพื่อน ๆ ปางช้างอื่นๆด้วย ทั้งนี้หากประสงค์จะช่วยสนับสนุน สามารถช็อปช่วยช้าง หรือป้อนกล้วยออนไลน์น้องช้างได้ทางเฟสบุคแฟนเพจ ของปางช้างแม่แตง ซึ่งจะมีเสื้อ กระเป๋าผ้า และผลงานศิลปะ ที่วาดโดยฝีมือน้องช้างมาจำหน่าย และประมูลอีกด้วย

ทุกวันนี้ครอบครัวเรารายได้เป็นศูนย์ โชคดีที่สมาชิกอยู่กันอย่างเรียบง่าย กินใช้ธรรมดา ลูก 2 คน เรียนมัธยม ก็ไม่ได้ใช้เงินหรูหรา ฟุ่มเฟือยอะไร จึงอยู่กันไปตามปกติแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 แล้ว ถามว่าเหนื่อยไหม ก็เคยแอบร้องไห้ เมื่อเช็ดน้ำตาแล้ว เราก็ต้องสู้ต่อไป เพราะมีคนอยู่ข้างหลังเราอีกมาก รวมทั้งแม่ที่เป็นโรคไต ซึ่งต้องดูแลสุขภาพในการล้างไตด้วย

ที่สุดแล้วอีกไม่กี่เดือนจากนี้ พี่ต้องตัดใจไปแสวงโชค และโอกาสในการทำงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีพี่ ๆ ที่ย้ายไปตั้งรกรากก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว  มันเป็นอีกความหวังที่น่าจะทำรายได้เพิ่มขึ้นได้ทางหนึ่ง โดยให้สามี “วิเชียร”ดูแลคนในครอบครัว และงานทางนี้  เพราะเราก็ยังมีความหวังว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับมาดีขึ้น ถึงอย่างไรชีวิตคนเราก็ยังต้องมีการเดินทาง มีการท่องเที่ยว เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาและความอดทนรอคอยค่ะ

ท่านใดสนใจเที่ยวชม  หรือสนับสนุนค่าอาหาร งานศิลปะจากช้าง  เสื้อยืด กระเป๋า ติดต่อได้ที่เฟสบุค แฟนเพจ   “ปางช้างแม่แตง Maetang Elephant & Clinic”  เว็บไซต์ http://www.maetaengelephantpark.com/ โทร 061 927 8951.

จ๊อบแมน