เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ปาดหน้ากัน มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือมีนัยยะใดหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองทั่วไป แต่ที่ผิดปกติคือ สองคนนี้เคยอยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่ต้องต่างคนต่างทำหันหน้าไปคนละทาง สร้างดาวคนละดวง วิ่งหาสิ่งที่ตนเองต้องการ ถามว่าทะเลาะกันหรือไม่ ตนว่าไม่ทะเลาะกันหรอก แต่เป็นการต่อสู้ทางด้านการเมืองที่ไม่มีใครยอมใคร ส่วนผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน

เมื่อถามถึง ช่วงปลายเดือน ม.ค. 66 พล.อ.ประยุทธ์ จะเริ่มลงพื้นที่หาเสียงจริงจัง โดยเริ่มจาก จ.ชุมพร และจะไปภาคอื่นๆ ต่อ พรรค พท. กังวลหรือไม่ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ สวมหมวกทั้งนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรค รทสช. นายสมคิด กล่าวว่า พรรค พท. ไม่กังวล เพราะพรรค พท. ได้เดินหน้าพูดถึงนโยบาย พูดถึงการทำงานต่างๆ ในอนาคตไว้กับประชาชนจำนวนมากแล้ว ส.ส.เขตเราทำงานเต็มที่ทุกพื้นที่ รวมทั้งผู้สมัครใหม่ จึงไม่กังวลที่ พล.อ.ประยุทธ์ หรือคณะไหนจะไปพบปะพี่น้องประชาชน

“แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องระวังแม้จะเป็นนายกฯ ก็ตาม ให้ระวังเรื่องกติกา มารยาท ระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเข้าใจว่าท่านคงรู้ ซึ่งการที่สวมหมวกของนายกฯ และสมาชิกพรรค รทสช. ด้วยนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สวยงาม ตอนที่ผมเคยบอกว่าทำไมจึงต้องตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เหมือนนายกฯ น้อย สุดท้ายเขาก็เป็นหัวหน้าพรรคที่ท่านไปสังกัด ถามว่าทำได้หรือไม่ ก็ทำได้ แต่ความสง่างามและมารยาททางการเมือง ตอบได้เลยว่าไม่มี และคงไม่มีใครทำ”

นายสมคิด ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ซึ่งรัฐบาลยืนกรานให้เวลาแค่ 2 วัน ว่าในวันที่ 25 ม.ค. 66 เวลา 15.00 น. วิป 3 ฝ่ายจะมีการประชุมกัน โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม โดยเราจะมีการไปพูดถึงเรื่องนี้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย เรายืนยันที่จะขอ แต่คงไม่พูดถึงจำนวนวัน เราจะพูดถึงจำนวนชั่วโมงมากกว่า ซึ่งเราต้องได้ไม่น้อยกว่าเดิม

“หากได้แค่ 2 วัน แต่จำนวนชั่วโมงต้องไม่น้อยกว่าเดิม เราจะสามารถจัดสรรได้ เพราะเราเคยทำมาแล้ว โดยอาจจะอภิปรายดึกหน่อย แต่หากจะให้สบายๆ เช้าเลิกเย็น ก็ควรให้ 3 วัน ไม่ต้องไปเลิกตีหนึ่ง ตีสอง ซึ่งจะเหนื่อยกันทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ต้องรอคำตอบวันที่ 25 ม.ค. นี้ ยืนยันว่าอยากได้วันอภิปรายก่อนวันที่ 15 ก.พ. แต่เท่าที่คุยกับนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เขาบอกว่ารัฐมนตรีบางท่าน ติดเดินทางไปต่างประเทศ ผมก็บอกขอให้ท่านไปคุยกันใหม่ เจรจานอกรอบไปแล้ว แต่เขาแจ้งความจำนงว่าอยากได้หลังวันที่ 15 ก.พ.”

เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าจะมีการชิงยุบสภา เพื่อหนีการอภิปรายหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ชิงยุบสภาก่อนซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ ก็เหมือนฆ่าตัวตายไปในตัว ตนว่าคนเป็นนายกฯ เขาไม่ทำหรอก เพราะประกาศตลอดว่าไม่กลัวการอภิปราย หากเขาชิงหนีไป ก็แสดงว่าเขากลัวฝ่ายค้าน เขาก็จะเสียเอง ฉะนั้นยังมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะไม่กล้ายุบสภาช่วงนี้