เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงนี้ว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจ และไม่อยากให้ประชาชนถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นปัญหาระดับโลก ฝุ่นพิษเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตจริงๆ ประเด็นสำคัญคือต้องเอาความจริงมาพูดกันว่า วิธีแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ทำแบบเดิมๆ ไม่มีทางที่จะช่วยได้ จะทำให้ความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ดังนั้น นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ใน กทม. คือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของคนกรุงเทพฯ ทั้งเรื่องน้ำและเรื่องอากาศ โดยเราจะผลักดันการออกกฎหมายอากาศสะอาด ซึ่งค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนานมาก เป็นกฎหมายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน กทม. ได้จริงๆ เพราะจะมีการคุมเข้มรถที่เข้ามาในกรุงเทพฯ และเรื่องการก่อสร้างที่ไร้ความรับผิดชอบ
ทางด้าน น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ยังค้างอยู่ในสภามานาน เนื่องจากปัญหาของนักการเมืองที่เล่นเกมในสภา จนไม่สามารถนำขึ้นมาพิจารณาได้ ซึ่งอากาศสะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ควรจะได้รับ โดยเฉพาะฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เข้าสู่ร่างกายอันตรายยิ่งกว่าไวรัสมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดได้รับการเสนอจากหลายพรรค รวมถึงภาคประชาชนแล้วด้วย แต่กลายเป็นว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ยังไปไม่ถึงไหน เพราะปัญหาจากการเล่นเกมการเมือง ตนจึงอยากวอนไปถึงรัฐบาลผู้บริหารที่รับผิดชอบว่า แม้บรรยากาศการเลือกตั้งจะใกล้เข้ามาทุกที แต่ภารกิจในการบริหารบ้านเมืองในการบริหารทุกข์ของประชาชน ยังเป็นลำดับแรกที่รัฐบาลผู้บริหารควรให้ความรับผิดชอบ และตระหนัก แต่กลายเป็นว่าทุกคนกลับมุ่งเน้นในเรื่องของการหาเสียง หน้าที่รับผิดชอบลดลง และขอวิงวอนไปถึงผู้บริหาร ให้ออกมาตรการหรือนโยบายที่จะกำกับดูแลการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

ขณะที่ นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า ช่วงนี้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินค่ามาตรฐาน เนื่องจาก สภาพอากาศปิดและมีลมอ่อน ประกอบกับการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้ฝุ่นเกิดการสะสมตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อความปลอดภัย จึงขอแนะนำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน ป้องกันและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองที่เข้ามาในบ้าน หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ฝุ่นละอองหนาแน่น แต่หากจำเป็น ควรสวมหน้ากากอนามัยและเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน เพื่อซับกรองและป้องกันการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งไม่ควรออกกำลังกายและทำงานหนักในที่โล่งแจ้ง เพราะร่างกายจะสูดดมฝุ่นละอองเข้าไปในปริมาณมาก
นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและภูมิแพ้ ขอให้สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที สำหรับผู้ใช้ถนนนั้น ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง เมื่อต้องขับรถผ่านเส้นทางที่มีหมอกควันหรือฝุ่นหนา โดยเปิดไฟหน้ารถ ไฟตัดหมอก ไม่ขับรถเร็ว ไม่แซง หรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุบัติภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID 1784DDPM หรือโทรศัพท์สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง



