เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาปากท้องของประชาชนหรือไม่ ตนไม่ได้เห็นด้วยตั้งแต่แรกที่เสนอญัตติเข้ามา เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ชิงดีชิงเด่น แสวงหาอำนาจ ไม่ใช่เรื่องความเดือดร้อนของประชาชน รัฐธรรมนูญปี 60 ก็มาจากคณะ คสช. และต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญนี้โกงมากที่สุด ตั้ง ส.ว.ให้มาเลือกนายกฯ เอง โดยนายกฯ มาจากไหนก็ได้ เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็โกงเรื่องคะแนน แล้วเสียงข้างมากก็ลากไป เพราะประธานสภาก็อยู่ฝ่ายรัฐบาล

พล.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อม พรรคพลังประชารัฐก็ชนะเพราะมีการซื้อเสียง และตนก็จับได้ตลอด หากเลือกตั้งครั้งหน้าปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย ก็จะหลุด จึงต้องแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมถามว่าพวกเขาทำเพื่อใคร ทำเพื่อประชาชนหรือพวกเขาเอง ตนไม่เคยสนับสนุนเลย และเคยอภิปรายตอนแก้รัฐธรรมนูญว่า ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็ต่างแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ให้เอาร่างที่ประชาชนเสนอมาเป็นหลักจะได้ไม่ต้องทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าเมื่อยังยืนในรัฐธรรมนูญปี 60 ต่อ พรรคพลังประชารัฐก็จะไม่ได้บัญชีรายชื่อ ฉะนั้นจึงต้องแก้ไขให้ได้ ซึ่งร่างของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) มีความรวบรัด ซึ่งใช้ไม่ได้ ตนไม่มีทางโหวตให้ ซึ่งทราบเมื่อเช้าว่าฝ่ายที่รับผิดชอบจะถอนออกไปบางส่วนเพราะผิดรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวจะติดคุกกัน เพราะแก้ไขเกินกว่ามติของรัฐสภาที่ให้แก้เพียง 2 เรื่อง ซึ่งหากญัตติต่างๆ เสนอเข้ามาอีก ตนจะเขียนญัตติรวมพลส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดี คอยดูว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเข้ามาในลักษณะใด