เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน น.ส.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม พร้อมด้วยมารดา เข้าพบ ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยนายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการ นายสมพร ดำพริก อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย นายสัญญาภัชระ สามารถ อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ นายสุชาติ ชมกุล อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ นายฉัตรประพล แย้มเพริศศรี กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 1 เพื่อแสดงความขอบคุณสภาทนายความ ที่ให้ความช่วยเหลือจนได้รับเงินชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์รถบรรทุก 18 ล้อ พุ่งชนรถกระบะที่พ่อแม่และน้องบีมนั่งมาในรถจนพังยับเยิน เป็นเหตุให้พ่อของน้องเสียชีวิต แม่บาดเจ็บสาหัส ส่วนตัวน้องบีมอาการโคม่าและต้องขาพิการไปตลอดชีวิต ภายหลังมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 5 ล้านบาท โดยฝ่าย คนขับรถบรรทุก บริษัทต้นสังกัด และบริษัทประกัน ต่างสู้คดีถึง 3 ศาล ตั้งแต่ปี 2548 จนกระทั่งสามารถชนะคดี 2563

ต่อมา ทนายความที่ดูแลคดีนี้ กลับรับเงินแทนลูกความโดยไม่ส่งเงินให้น้องบีมและมารดา แล้วยังไปยื่นคำร้องขอสละสิทธิการบังคับคดีจากจำเลย โดยอ้างว่าได้ประนอมข้อพิพาทและรับค่าสินไหมมาจนพอใจแล้ว ทางน้องบีมและมารดาเพิ่งมาทราบความจริงภายหลัง จึงร้องขอให้สภาทนายความช่วยเหลือ ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำร้องสละสิทธิการบังคับคดีที่ทนายรายนี้ทำไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนกระทั่ง น้องบีม ได้รับเงินชดเชยค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยตามคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 จึงได้มาขอบคุณสภาทนายความ ในการให้ความช่วยเหลือในการฟ้องคดีดังกล่าว.




