เมื่อวันนี้ 13 มี.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กกต. ออกหนังสือแจ้งเวียนเตือนไปยังพรรคการเมือง ให้ระมัดระวังในการหาเสียง ทราบว่านายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ได้ทำหนังสือเวียนไปยังทุกพรรคการเมือง ว่าในการหาเสียงไม่สมควรนำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง และทำหนังสือโดยตรงถึงผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ แจ้งถึงพฤติกรรมของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ในการปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา รวมถึงแจ้งห้ามทำพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ส่วนตัวมองว่า โดยรวมแล้วเป็นการขยับของ กกต. ที่ดี ที่มีการดำเนินการเบื้องต้นในการทำความเข้าใจกับพรรคการเมือง รวมถึงตักเตือนไปยังพรรคการเมือง ซึ่งอาจจะกระทำความผิดในเรื่องราวดังกล่าว ก็ขอชมเชย กกต. ทำงานได้อย่างรวดเร็วในเรื่องนี้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อเป็นความผิด กกต. จะต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริงให้ได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ มีองค์ประกอบความผิดครบถ้วนแล้วหรือยัง ซึ่งกระบวนการตรงนี้ กกต. ไม่ได้มีการตอบว่ามีการรับเรื่องไว้พิจารณา และตั้งคณะทำงานขึ้นมาไต่สวนเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่จะนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่   

นายสมชัย ระบุอีกว่าจะรอดู กกต. ว่า ได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้เพียงไร หรือเป็นเพียงแค่การตักเตือนแล้วเลิกแล้วต่อกัน ซึ่งเห็นว่าน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้วมากกว่า 1 ครั้ง ดังนั้นน่าจะต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับองค์ประกอบหลักฐานการกระทำความผิด เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุม กกต. พิจารณาวินิจฉัย

นอกจากนั้น นายสมชัย ยังกล่าวถึงการยื่นคำร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบการปราศัยหาเสียงของนายไตรรงค์ ที่ยื่นให้ กกต. ตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 66 ยังไม่ได้รับการตอบรับจาก กกต. ว่า ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ตรวจสอบแล้วหรือยัง ส่วนกรณี กกต. เพิ่งออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังพรรคการเมืองในการหาเสียงห้ามดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องถือว่าล่าช้าหรือไม่ เนื่องจากมีการหาเสียงมาแล้วช่วงระยะเวลาหนึ่งนั้น นายสมชัย ยอมรับว่า ล่าช้าเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ กกต. ควรติดตามข่าวสารตลอดเวลา และถือเป็นความปรากฏที่ กกต. ควรจะรู้เอง โดยการรับรู้ควรจะเท่าระดับประชาชน ไม่ต้องรอให้มีคนมาร้อง   

กกต. มีหน้าที่กำกับการหาเสียงการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพราะฉะนั้น กกต. ต้องเป็นฝ่ายติดตามดูข่าวสารที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ประชาชนรู้ แต่ กกต. ไม่รู้ แล้วต้องมีคนไปร้อง กกต. ก่อน จึงจะดำเนินการ ซึ่งเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้อง ส่วนในกรณีของนายไตรรงค์ที่มีการปราศรัยแล้วมีการถ่ายทอดผ่านเพจเฟซบุ๊กของพรรคนั้น หากข้อความดังกล่าวยังอยู่ในเพจของภาพรวมไทยสร้างชาติ ก็จะถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย เพราะถือว่า กกต. ได้มีการตักเตือนแล้ว พรรคควรแสดงความรับผิดชอบโดยนำเนื้อหาดังกล่าวออกจากเพจด้วย ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นความผิดต่อเนื่อง

นายสมชัย ระบุว่าจะไปยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ 6 กกต. ที่ไม่รับคำร้อง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีตีตกพรรครวมไทยสร้างชาติ จัดประชุมใหญ่แจกสิ่งของ ขนคนมาฟัง กกต .ให้คำตอบว่า คำร้องหลักฐานไม่ครบถ้วน และตนไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิเนื่องจากไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในเขตเลือกตั้ง เห็นว่าคำตอบไม่ถูกต้องและไม่เป็นเหตุผลเพียงพอ และถูกปฏิเสธไม่ให้พบถึง 2 ครั้ง ส่วนกรณีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก็จะรอคำตอบ กรณีคำร้องให้มีการตรวจสอบการปราศรัยของนายไตรรงค์ ว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องไว้พิจารณา หากเป็นกรณีที่ไม่รับคำร้องแล้วเป็นเหตุผลที่รับได้ ก็จะยุติดำเนินการ หากเป็นเหตุผลที่ยอมรับไม่ได้ ก็จะดำเนินคดีกับเลขาฯ กกต. ต่อไป