เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พูดแต่เรื่องความมั่นคง หากไม่มีความมั่งคั่งจะมั่นคงได้อย่างไร ว่า นายเศรษฐา คงลืมไปว่าประเทศชาติจะมั่นคง ประชาชนอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงต้องมีหลายมิติที่ทำให้ประเทศพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้คำนึงหลักการนี้เป็นสำคัญ
“การที่นายเศรษฐา มองแต่เรื่องของมั่งคั่ง ผลลัพธ์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับก็คือความล้มเหลว เหมือนอดีตที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำไว้ จากการทำนโยบายขายฝันให้คนจนกลายเป็นคนรวย ใช้งบประมาณของประเทศโดยไม่คิดถึงความคุ้มค่า จ้องแต่จะหาเสียง จนท้ายที่สุดกลายเป็นมรดกหนี้ มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมายใช่หรือไม่” นายธนกร กล่าว
นายธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การประกาศเข้าสู่การเมืองเต็มตัวในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยของนายเศรษฐา เป็นเพียงการลางานชั่วคราวโดยไม่ขอรับค่าตอบแทน ไม่ใช่การลาออกเพื่อมาทำหน้าที่ทางการเมือง และน่าจะเป็นการเมืองช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อมาสร้างภาพให้พรรคเพื่อไทย แค่นั้น ลางานมายังไม่ถึงสัปดาห์ นายเศรษฐา จึงยังสลัดไม่หลุดจากความคิดของนักธุรกิจที่มองแต่เรื่องความมั่งคั่ง ร่ำรวย กำไร ขาดทุน จนลืมนึกถึงภาพรวมของความมั่นคงของประเทศชาติ
นายธนกร กล่าวว่า โครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ ทำไว้เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ อาทิ โครงการ Smart Farmer เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เป็นต้น ซึ่งผลงานของรัฐบาลทั้งหมดไม่ได้พิจารณาแต่ความมั่งคั่งที่เป็นตัวเงินหรือผลกำไร แต่เป็นความมั่งคั่งที่บ่งบอกถึงความสุขของประชาชนและการเติบโตของประเทศชาติ ซึ่งนโยบายเหล่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมที่จะเข้ามาสานต่อหากพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เข้ามาบริหารประเทศในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตามแนวคิด “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ”
“นายเศรษฐา ไม่ต้องห่วงเรื่องความมั่งคงของประเทศ เพราะนายกรัฐมนตรีคำนึงถึงแล้วอย่างรอบด้าน นายเศรษฐาควรห่วงตัวเองก่อนว่า การก้าวเข้ามาทำการเมืองในครั้งนี้จริงๆ แล้ว ทำเพื่อต้องการสร้างความมั่งคั่งให้ประชาชนหรือทำให้ใคร” นายธนกร กล่าว.



