นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการปรับอัตราค่าบริการไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งมีตัวแทนจากหลายฝ่าย เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ภาคเอกชน จะประชุมวันที่ 21 เม.ย. เพื่อพิจารณาค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.) อีกครั้ง หลังจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือยืดการจ่ายหนี้ของ กฟผ. ที่แบกรับแทนประชาชนไปก่อนหน้า หลังจากนั้นจะเสนอเข้าบอร์ด กกพ. พิจารณารอบสุดท้าย คาดว่า วันที่ 26 เม.ย. นี้ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นโค้งสุดท้ายของค่าไฟงวดใหม่ ที่จะเริ่มเก็บในเดือน พ.ค. จากเดิมมีมติหน่วยละ 4.77 บาท ภาคเอกชนคาดหวังว่า กกพ. จะนำสมมุติฐานการคำนวณค่าไฟงวดใหม่ ตามที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. นำเสนอไปก่อนหน้านี้ ใน 2 มาตรการ คือ
มาตรการแรก ยืดหนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยไม่กระทบสถานะทางการเงินของ กฟผ. มากจนเกินไป ในช่วงต้นทุนพลังงานขาลงเช่นนี้
มาตรการที่ 2 ปรับลดค่าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี นำเข้า จาก 20 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ราคาเฉลี่ยเดือน ม.ค. 66 ให้สอดคล้องกับราคาตลาดในปัจจุบัน ต่ำกว่า 13 20 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู
เพื่อไม่ให้ราคาค่าไฟงวดใหม่ มีราคาที่สูงจนเกินไปจากการประมาณต้นทุนเดิม ซึ่งภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั้งประเทศ ยังคาดหวังความอนุเคราะห์จากรัฐบาลปัจจุบัน ในการทบทวนราคาไฟฟ้างวดใหม่ โดยมองเป้าหมายควรจะอยู่ที่ 4.40 บาทต่อหน่วย เพื่อลดภาระให้กับทั้งครัวเรือนที่มีภาระค่าครองชีพค่อนข้างสูง และภาคธุรกิจในช่วงที่ต้องแข่งขันในเวทีโลก อีกทั้งในภาวะตลาดส่งออกที่ชะลอตัว ตามเศรษฐกิจของโลก
“ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของรัฐบาลปัจจุบัน ต่อค่าไฟฟ้าในงวด พ.ค.-ส.ค. 66 ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงไฟฟ้าเอกชน ที่ต่างก็มีผลประกอบการดีกันถ้วนหน้า มากจนเกินไป เพราะที่ควรต้องกังวลก็คือ ทำไมเปอร์เซ็นต์สัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. จึงเหลือเพียงประมาณ 31% ของทั้งประเทศ”
ส่วนรัฐบาลชุดใหม่ที่ในขณะนี้หลายๆพรรคการเมือง ต่างมีความตื่นตัวต่อปัญหาค่าไฟฟ้า และค่าพลังงานที่สูง และมีการนำเสนอมาตรการการลดค่าไฟฟ้า และค่าพลังงานอย่างหลากหลาย จะได้เข้ามาบริหารประเทศ และดูแลค่าไฟฟ้างวด 3 (ก.ย.- ธ.ค. 66) และต้นทุนพลังงานของประเทศให้เหมาะสม และเป็นธรรมต่อประชาชน ตามที่ท่านได้หาเสียงและประกาศเป็นนโยบายไว้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาทาง กฟผ. ได้ทำหนังสือเสนอขยายระยะเวลาชำระหนี้ที่แบกรับค่าไฟ เป็น 6 งวด เหลืองวดละ 22,000 ล้านบาท จากเดิมกำหนดชำระ 5 งวด งวดละ 27,000 ล้านบาท คาดว่า จะทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงได้อีกประมาณหน่วยละ 7 สตางค์ จากเดิมหน่วยละ 4.77 บาท เหลือหน่วยละ 4.70 บาท คาดว่า คณะอนุกรรมการฯ จะประชุมร่วมกันภายในสัปดาห์นี้ โดยประเด็นที่ต้องหารืออย่างเข้มข้น จะกระทบต่อฐานะการเงินของ กฟผ. ในอนาคตหรือไม่ หลังจากได้ข้อสรุปแล้ว ต้องชงให้บอร์ด กกพ. พิจารณาในสัปดาห์หน้า และตามขั้นตอน ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากปกติอาจใช้เวลา 10 วัน แต่ครั้งนี้อาจเหลือ 7 วันแทน เนื่องจากต้องแจ้งการไฟฟ้าให้ดำเนินการต่อ คาดว่า ทุกขั้นตอนจะแล้วเสร็จไม่เกินสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พ.ค. เพื่อให้ทันต่อบิลค่าไฟฟ้างวดใหม่



