รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แจ้งว่า ขณะนี้ภาพรวมงานก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสาร (เทอร์มินอล) และก่อสร้างอาคารสำนักงาน ท่าอากาศยานแพร่ วงเงิน 43.26 ล้านบาท มีความคืบหน้า 97.50% ซึ่งอาคารที่พักผู้โดยสารหลังนี้ ใช้งานมานานหลายปีแล้ว ทำให้มีสภาพค่อนข้างทรุดโทรม ดังนั้นจึงต้องปรับปรุงทั้งภายใน และภายนอกอาคาร รวมทั้งขยายพื้นที่อาคารฯ โดยเพิ่มพื้นที่โถงผู้โดยสารขาออก ประมาณ 300 ตารางเมตร (ตร.ม.) คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการผู้โดยสารได้ภายในเดือน ก.ย. 66 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น จากเดิม 150 คนต่อชั่วโมง (ชม.) หรือ 4.3 แสนคนต่อปี เป็น 300 คนต่อ ชม. หรือ 8.6 แสนคนต่อปี

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ทย. ยังมีแผนพัฒนาท่าอากาศยานแพร่ในอนาคต เพื่อให้จังหวัดแพร่ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค เชื่อมโยงการเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งทางบก ราง และอากาศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการศึกษาความเป็นไปได้ และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการขยายพัฒนาท่าอากาศยานแพร่ ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ซึ่งเบื้องต้นการศึกษาดังกล่าวแล้วเสร็จ อยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ และจัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณา ก่อนจะเสนอให้กระทรวงคมนาคม และรัฐบาลพิจารณาอนุมัติโครงการฯ ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับแผนพัฒนาท่าอากาศยานแพร่ ประกอบด้วย 1. ก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ 2. ขยายและปรับปรุงที่จอดรถยนต์ 3. ขยายทางวิ่ง (รันเวย์) จาก 1,500 เมตร เป็น 2,100 เมตร และเสริมความแข็งแรงทางวิ่งเดิม รองรับอากาศยานขนาด 180 ที่นั่ง 4. ขยายและเสริมความแข็งแรงลานจอดเครื่องบิน จากเดิมขนาด 60×180 เมตร จอดอากาศยานขนาด 80 ที่นั่ง ได้ 2 ลำ ในเวลาเดียวกัน เป็นลานจอดขนาด 90×185 เมตร สามารถจอดอากาศยานขนาด 180 ที่นั่ง ได้ 4 ลำ ในเวลาเดียวกัน และ 5.ยกระดับประเภทท่าอากาศยาน ขยายจาก 3C (สนามบินระดับเล็กมาก) เป็น 4C (สนามบินระดับเล็ก) ตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานแพร่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการแล้ว โดยสายการบินนกแอร์ ได้ทำการบินวันสุดท้าย เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ แต่ท่าอากาศยานแพร่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รองรับเครื่องบินส่วนบุคคล และเครื่องบินของหน่วยงานราชการ พร้อมทั้งรอสายการบินที่สนใจจะเปิดเที่ยวบินพาณิชย์มายังท่าอากาศยานแพร่ ซึ่งปัจจุบันมีสายการบินน้องใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น คงต้องติดตามว่าจะสนใจทำการมาบินมายังท่าอากาศแพร่หรือไม่

สำหรับสนามบินแพร่ ยังสามารถรองรับได้เพียงเครื่องบินขนาดเล็ก โดยที่ผ่านมา สายการบินนกแอร์ ทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-แพร่ ด้วยเครื่องบินแบบใบพัด Q400 ให้บริการทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ วันละ 2 เที่ยวบิน (ไป-กลับ) ขณะนี้ ทย. อยู่ระหว่างเตรียมขยายรันเวย์ เพื่อให้สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 65 (ต.ค. 64-ก.ย. 65) ผู้โดยสารท่าอากาศยานแพร่ อยู่ที่ประมาณ 1.5 หมื่นคน ขณะที่ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปีงบประมาณ 62 (ต.ค. 61-ก.ย. 62) ผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 8-9 หมื่นคน.