เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่โรงพยาบาลบุษราคัม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. และผู้บริหาร สธ. ตรวจเยี่ยมการขยายศักยภาพเตียงของ รพ.บุษราคัม

นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.ต้องการแบ่งเบาภาระเรื่องเตียงของกทม. มาที่ รพ.บุษราคัม ซึ่งขณะนี้จะมีการขยายเตียง ที่ฮอลล์กลาง ของอิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี อีก 1,500 เตียง ทำให้ความสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 3,700 เตียง รวมกับของเดิม เพื่อรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่เริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการรับผู้ป่วยเข้ามาดูแลแล้วกว่า 5 พันคน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 3,000 ราย เหลือยังรักษาอยู่ประมาณ 2,000 ราย ขณะเดียวกัน รพ.บุษราคัม มีเตียงสำหรับผู้ป่วยสีแดงอีก 12 เตียง สำหรับบุคลากรจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนจากต่างจังหวัดช่วยดูแลผู้ป่วยในส่วนนี้ทุกๆ 2 สัปดาห์ และมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของเวชภัณฑ์ ยารักษาเพื่อรองรับสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังเราเพิ่งเปิด รพ.สนามมณฑลทหารบกที่ 11 จำนวน 180 เตียง ซึ่งมีเตียงไอซียูประมาณ 58 เตียง และบริหารศักยภาพ รพ.สนามทุกแห่งให้ดีที่สุด ดังนั้น หากประชาชนที่มีปัญหาป่วยอยู่ที่บ้านก็ขอให้ติดต่อมาที่ รพ.บุษราคัม เพื่อรอการประสานเรื่องเตียง ขณะเดียวกัน หาก กทม.ได้รับแจ้งผู้ป่วยจาก 1669 ก็ไม่ต้องปฏิเสธ ขอให้ประสาน สธ. ซึ่งมีเครือข่ายแพทย์ฉุกเฉินเพื่อจัดรถไปรับผู้ป่วยมาที่นี่ได้ เราต้องพร้อมรับเต็มที่เพื่อไม่ให้มีภาพผู้ป่วยเจ็บอยู่ที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ยังไม่มีอาการนั้นทางกรมการแพทย์ได้ออกแนวทางแยกกักตัวเองที่บ้าน (Home isolation) เพื่อบริหารสถานการณ์ให้มีความคล่องตัวมากที่สุด

สำหรับการตรวจหาเชื้อฯ ก็ได้เพิ่มตามทรัพยากรให้เรามีอยู่อย่างเต็มที่ ส่วนของกทม. ก็ต้องฝากให้สำนักอนามัยกรุงเทพฯ ได้ช่วยทำการเพิ่มจุดตรวจให้มากที่สุด สธ.พร้อมให้ความสนับสนุนเต็มที่ ขณะนี้จะพบว่าปัญหายังอยู่ที่กทม.และปริมณฑล เราต้องเน้นให้จุดนี้มีการทำงานร่วมมือกันให้มากที่สุด สธ. พยายามทำทุกวิถีทาง เพราะใน กทม. เราไปจัดการอะไรมากไม่ได้ แต่เราก็ไม่ยอมแพ้ เราก็อยู่ด้านหลังคอยรับภาระช่วยกัน อะไรที่ถ่ายมาให้เราได้เราก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

เมื่อถามว่าประชาชนที่ทราบผลว่าตัวเองติดเชื้อโควิด-19 จะสามารถวอล์กอินมารับเตียงได้หรือไม่ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผอ.รพ.บุษราคัม กล่าวว่า ข้อตกลงของ ศปก.ศบค. ร่วมกับกรุงเทพฯ แบ่งพื้นที่เป็น 6 กลุ่มเขต เพื่อดูแลผู้ป่วยของตัวเอง มีการบริหารสถานบริการทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย เพื่อประสานเตียงระหว่างโซน หากประสานแล้วมีปัญหา หรือผู้ป่วยรอนานก็ให้ประสานหน่วยงานมาที่ รพ.บุษราคัมได้ แต่ยังไม่สามารถเปิดให้ประชาชน walk in เข้ามา เพราะมีประเด็นการคัดกรองผู้ป่วยซึ่งบางรายไปใช้ชุดตรวจเร็วหาแอนติเจน ซึ่งไม่ได้เป็นมาตรฐาน เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR อีกรอบ อีกทั้งการเข้าสู่ระบบเตียงจะต้องมีขั้นตอนข้อมูลเตรียมพร้อมไว้ เมื่อมาถึงจะมีการคัดกรองอีกครั้ง เพราะเจ้าหน้าที่มีจำกัด การบริหารจัดการในแต่ละฮอลล์ก็ต่างกัน หากไม่มีระบบที่ชัดเจน หากทุกคนเดินเข้ามาก็จะเกิดความวุ่นวาย.