เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของ น.ส.ภัทรธิดา วัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ โลมากุล ที่ปรึกษากฎหมายประจำตัวนางภนิดา เดินทางมาศาลจังหวัดนนทบุรี ตามคำสั่งนัดพร้อมของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ให้ฝ่ายโจทก์คือ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน และฝ่ายจำเลยทั้ง 4 คน คือ แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์, กระติก น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์, จ๊อบ นายนิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร และ เอ็ม หรือ นายภีม ธรรมธีรศรี ฝ่ายจำเลยที่ให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี นำพยานหลักฐานมายื่นเพื่อเข้าสู่กระบวนการไตร่สวนของศาลต่อไป หลังจากที่ ปอกับโรเบิร์ต กลับคำให้การรับสารภาพในชั้นศาลไปแล้ว

โดยนายชัยวัฒน์ โลมากุล ที่ปรึกษากฎหมายประจำตัวนางภนิดา เปิดเผยว่า ตนในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้กับคุณแม่ซึ่งเป็นฝ่ายผู้เสียหาย ต่อมาศาลได้มีคำสั่งให้พนักงานอัยการเป็นโจทก์แยกฟ้อง จำเลยที่ 3-6 เป็นคดีใหม่ โดยใช้ข้อหาเดิมที่เป็นเหตุให้นางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ตกน้ำเสียชีวิต โดยทางนางภนิดา ยังคงติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวอยู่ หลังแยกคดีออกมาทางพนักงานอัยการ จึงใช้ข้อหาเดิมและวัตถุพยานเดิม ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 4 คนที่เหลือ ทำให้ในวันนี้นางภนิดา ต้องเดินทางมาศาลในฐานะโจทก์ร่วมในคดีใหม่

นอกจากนี้ นางภนิดายังตรวจพบเอกสารและสัญญาว่าจ้างงานของน้องแตงโม ซึ่งเป็นนักแสดงชื่อดัง โดยพบหลักฐานใหม่เป็นเอกสารคู่สัญญา ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก เกี่ยวกับรายได้จากการโฆษณา ถ่ายแบบ พรีเซ็นเตอร์สินค้าและงานแสดง เป็นเหตุผลสำคัญทำให้นางภนิดาต้องยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายและค่าเยียวยา ในฐานะผู้จัดการมรดก ผู้เสียหาย และมารดาผู้สูญเสีย โดยใช้สิทธิตามกฎหมายในการเรียกร้อง สำหรับจำนวนเงินที่เรียกร้องไปคือประมาณ 179 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากรายได้ต่อปีในช่วงที่น้องแตงโมยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งจะเรียกร้องจากจำเลยทั้ง 4 คนที่เหลืออยู่

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีที่ทาง คุณแซน จะยื่นฟ้องร้องกลับทางคุณแม่ภนิดา นั้น ในความรู้สึกส่วนตัว ตนมองว่าการที่จำเลยนำคดีมาฟ้อง หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ร่วมในอนาคต เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเหตุผลสำคัญคือการสำนึกผิดแสดงเจตนาความบริสุทธิ์ใจในการช่วยเหลือเยียวยาฝ่ายจำเลยผู้เสียหายเพื่อให้เรื่องราวมันดีขึ้น และการเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ไม่เป็นผลดีต่อรูปคดี เพราะในคดีนี้นางภนิดาซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเลยว่า บุตรสาวคือน้องแตงโม ตกเรือไปเพราะสาเหตุใด

แต่ทางนางภนิดามีหลักฐานสำคัญที่จะทำให้ศาลเชื่อว่า 1 ใน 5 คนบนเรือ มีส่วนเกี่ยวข้อง และสามารถสืบพยานในอนาคตได้ เนื่องจากมีพยานหลักฐาน หรือบุคคลผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เชี่ยวชาญด้านเทคนิคต่าง ๆ ให้ข้อมูลโจทย์ตลอดเวลา ทำให้มีฝ่ายจำเลย 2 ใน 4 คน ติดต่อมาเพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางคุณแม่แล้ว โดยจะมีการตกลงพูดคุยกันอีกทีหลังจากมีคำตัดสินของศาลจังหวัดนนทบุรี ในส่วนที่ปอกับโรเบิร์ต ได้ในการรับสารภาพไปแล้ว

ทางด้าน นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดา ของ น.ส.ภัทรธิดา วัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม กล่าวว่า สำหรับการฟ้องเรียกค่าชดเชยจากจำเลยที่เหลืออีก 4 คนนั้น ตนได้ยื่นข้อเรียกร้องไปเป็นเงินจำนวน 179 ล้านบาท โดยคำนวณมาจากรายได้ของน้องแตงโม ที่ตนเองไปพบหนังสือสัญญาว่าจ้างงานต่าง ๆ ตกปีละ 10 กว่าล้านบาท ซึ่งเมื่อตนได้นำรายได้ของน้องแตงโมมาคำนวณใหม่ ตนจึงรู้ว่าลูกสาวมีรายได้เยอะมาก ใน 1 ปีมีรายได้หลายสิบล้านบาท จากโฆษณา การแสดง รายการทอล์กโชว์ และงานแสดง

ถ้าคำนวณจากปัจจุบันไปจนถึงอนาคตอีก 20 ปี น้องแตงโมก็จะมีรายได้ประมาณนี้ ส่วนความรู้สึกที่ถูกตนจะถูกแซนฟ้องกลับนั้น ตนรู้สึกว่าตลกเพราะมันไม่สมควรทำ ฝ่ายจำเลยต้องทำคดีของตัวเองให้เคลียร์เสียก่อน เพื่อให้ตัวเองบริสุทธิ์ แต่กลับมาฟ้องกลับตนซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ แต่ตนก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร เพราะข้อหาที่เขาฟ้องนั้นนำมาจากคำสัมภาษณ์ของตน ซึ่งตนก็ให้สัมภาษณ์ไปตามความเป็นจริง

ทางด้าน นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความส่วนตัวของ แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ กล่าวว่า จากการที่ศาลมีคำสั่งให้ พนักงานอัยการแยกฟ้องคดี มาจากจำเลยที่ให้การปฏิเสธ วันนี้เป็นการนัดพร้อม เพื่อสอบคำให้การและตรวจคำสั่งฟ้องของจำเลยที่เหลือทั้ง 4 คน เนื่องจากจำเลยปฏิเสธในคดีแรก จึงต้องเข้าพิจารณาคดีต่อ ส่วนถ้าวันนี้มีคนรับสารภาพอีก โดยหลักก็จะต้องแยกคดีออกไปอีก แต่จากที่คุยกับฝ่ายจำเลยทั้ง 4 คนที่เหลือ ทุกคนยืนยันว่าจะขอต่อสู้คดีต่อไป และเรื่องที่บอกว่ามีฝ่ายจำเลย 2 ใน 4 คน ได้ติดต่อไปยังฝ่ายโจทก์เพื่อขอไกล่เกลี่ยคดีนั้น จากการพูดคุยสอบถามกันในกลุ่มแล้ว ตนยืนยันว่าไม่มีแน่นอน

ส่วนเรื่องจำนวนเงินที่เรียกร้องค่าเยียวยา 179 ล้านบาทนั้น ทางโจทก์ต้องมีหลักฐานในการยื่นค่าไร้อุปการะต่อศาลก็เป็นสิทธิของโจทก์ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์ต่อศาล แต่ในส่วนของทางลูกความตนจะไม่มีการพูดคุยกับโจทก์อีก เพราะในเมื่อครั้งก่อนที่เรียกค่าเยียวยาเป็น 40 ล้านบาทมา ทางฝ่ายเรายังไม่คุยด้วยเพราะเห็นว่าสูงเกินไป ถ้าครั้งนี้เรียก 179 ล้านบาท ก็ไม่รู้จะคุยอะไรด้วยอีก และหากพูดคุยเจรจากันต่อไปไม่ออก เดี๋ยวตัวเลขอาจจะเพิ่มกลายเป็น 4 หลักขึ้นไปอีก

ด้าน แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ กล่าวว่า จำเลยทั้ง 4 คน ได้มีการพูดคุยกันคร่าวๆ ว่า ทั้งหมดจะให้การปฏิเสธเหมือนเดิม ให้เป็นไปตามความจริง ส่วนปอและโรเบิร์ต หลังจากให้การรับสารภาพไปในครั้งก่อนแล้ว ก็ยังมีคุยกันบ้างนิดหน่อย สำหรับค่าเยียวยาที่คุณแม่ยื่นฟ้องเรียกร้องเป็นเงินจำนวน 179 ล้านบาทนั้น ตนก็ไม่ขอเจรจาด้วย และอยากให้ทางคุณแม่เตรียมตัวเอาไว้ เพราะตนก็ไม่ยอมในทุกกรณีเช่นกัน.