เมื่อวันที่ 6 พ.ค. เวลา 08.57 น. ที่สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เขตบางพลัด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ส่งเอกสารรอบ 2 ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขออนุมัติการใช้งบกลาง วงเงิน 10,464 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องค่าไฟแพง โดยมีส่วนลดค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือน พ.ค. 2566 จำนวน 150 บาทต่อรายนั้น จะถูกตีว่าเป็นการหาเสียงหรือไม่ ว่า ถ้า กกต. เห็นชอบ แล้วจะตีความว่าเป็นการหาเสียงได้อย่างไร เพราะการที่จะระบุว่าเป็นการหาเสียงหรือไม่น้้น อยู่ที่การตีความของ กกต.

เมื่อถามว่าในส่วนนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เวลาที่มีการใช้งบกลางก็ใช้เพื่อประชาชนเท่านั้น มิฉะนั้นจะใช้งบกลางไม่ได้ ซึ่งในกฎหมายระบุว่า เมื่อรัฐบาลยุบสภาแล้วจะใช้งบกลางไม่ได้ เว้นแต่จำเป็น และต้องขออนุญาตหรือขอความเห็นชอบจาก กกต. และเมื่อ กกต. เห็นชอบแล้ว ก็นำงบกลางไปใช้เพื่อประชาชน ถ้าไม่ช่วยเรื่องน้ำท่วม ก็ช่วยเรื่องค่าไฟแพง รวมถึงเรื่องการแก้ปัญหาโรคระบาดก็แล้วแต่ มันเป็นเรื่องที่ช่วยประชาชนทั้งนั้น ไม่ได้เจาะจงให้คนจังหวัดใดหรือให้กับฐานเสียงของตัวเอง

เมื่อถามต่อว่า กกต. ตอบกลับมาแล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยัง ครม. เพิ่งส่งไปเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่ง กกต. ต้องประชุมและเป็นไปตามคิว เพราะรัฐบาลส่งไปขอความเห็นชอบหลายเรื่อง เช่น การแต่งตั้งข้าราชการ โดย กกต. มีหนังสือมาแล้วว่าให้เจ้าหน้าที่กระทรวงที่เป็นเจ้าของเรื่องไปชี้แจงเหตุผล พอถึงเวลางบกลาง ก็จะมีหนังสือให้ไปชี้แจงเหตุผล แต่ยังไม่ได้ทำหนังสือมา เมื่อถามย้ำว่าจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายบิลค่าไฟรอบเดือน พ.ค. ทันหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สามารถย้อนหลังได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-31 ส.ค. 2566 ซึ่งเขาจะอนุมัติเมื่อไหร่ไม่รู้.