กรณี นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี อาชีพรับจ้าง ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ลูกสาว วัย 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ถูกครูสอนวิชาดนตรี ตบศีรษะ บ้องหู ถึง 5 ครั้ง และยังกระโดดถีบลูกสาวในห้องเรียนต่อหน้าเพื่อนๆ จนได้รับบาดเจ็บ สาเหตุเพราะครูเรียกแล้วลุกช้า จนเด็กไม่กล้าไปเรียน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

แค่ลุกช้า! ป.4 ถูกครูสอนดนตรี ‘ตบบ้องหู-กระโดดถีบ’ ผวาไม่กล้าไปเรียน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านแห่งหนึ่ง ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี แม่ของน้องดี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนห้องเดียวกันกับน้องบี หลังทราบว่าเป็นนักเรียนอีกคนที่ถูกครูสอนวิชาดนตรี คนเดียวกันใช้เท้าถีบจนล้มแล้วถีบซ้ำขณะกำลังก้มเก็บดินสอ โดยน้องดี เล่าว่า ตอนนั้นอยู่ชั้น ป.3 เทอม 2 ขณะกำลังก้มเก็บดินสอ อยู่ๆครูก็มาถีบตรงข้างเอวจนล้มติดกำแพง และถีบซ้ำอีก ซึ่งครูไม่ถามอะไรเลย มีเพื่อนอีกหลายคนที่โดนด้วย ตอนที่ถีบ ครูพูดกับตนว่า “มึงไม่เรียนกันใช่มั้ย” และมีพูดคำหยาบด้วย

น้องดี เล่าอีกว่า ตอนนั้นรู้สึกกลัวและไม่อยากเรียนวิชานี้อีก ครูสอนวิชาดนตรีเพิ่งจะมาสอนตอน ป.3 เป็นคนดุเสียงดัง เพื่อนๆ ในห้องกลัวครูกันหมด ตนไม่กล้าเล่าให้ผู้ปกครองฟังเพราะกลัวจะโดนครูทำร้ายซ้ำอีก วันที่บีโดนครูทำร้ายตนอยู่นอกห้อง ได้ยินเสียงครูพูดคำหยาบ แล้วก็เสียงตี ซึ่งไม่อยากให้บีโดนแบบนั้น เพราะบีไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องมีคนคอยช่วยตลอด ตนเห็นบีโดนแล้วรู้สึกสงสารเพื่อน เคยเห็นเพื่อนคนอื่นโดนเอาสมุดม้วนแล้วตีด้วย ครูบอกว่าไม่อยากทำเด็กแต่ทนไม่ไหวเลยตี ตอนนั้นน่าจะมีห้องอื่นได้ยินเพราะครูเสียงดังมาก

แม่น้องดี กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีผู้ปกครองทักไปในไลน์กลุ่มของห้อง ป.4/3 ให้ตนติดต่อกลับหาคุณแม่ของน้องคนหนึ่ง ตอนแรกคิดว่าลูกเราไปแกล้งเพื่อนในห้อง ซึ่งตนก็ไม่ทราบเรื่องเพราะไม่ได้อยู่กับน้อง น้องจะอาศัยอยู่กับตายาย ตนได้ข้อมูลจากคุณแม่ของน้องบีว่าน้องดี โดนครูถีบตั้งแต่เรียน ป.3 เพราะลูกเขาโดนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เลยไล่ถามว่าเพื่อนในห้องเรียนว่ามีใครโดนบ้าง พอรู้ว่าน้องดีโดนด้วยจึงติดต่อมาหาตน ซึ่งพอได้ฟังข้อมูลจากผู้ปกครองมา ซึ่งคุณแม่ของน้องบีต้องการรวบรวมข้อมูลแจ้งทางโรงเรียนเอาผิดครูคนดังกล่าว เพราะครูไม่สมควรทำแบบนี้ ควรจะตักเตือนหรือตีเบาๆ

แม่น้องดี กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นได้คุยกับคุณพ่อน้องบี และเล่าเรื่องให้ฟัง จึงมาสอบถามน้องดีว่าจริงหรือไม่ ทำไมถึงโดนตี ซึ่งน้องเล่า เหตุการณ์ให้ฟังแบบที่เล่าให้พี่นักข่าวฟัง ตนรู้ว่าน้องไม่ค่อยตั้งใจเรียน และถ้าดื้อครูสามารถตีได้ แต่ไม่ใช่ทำโทษรุนแรงแบบนี้ ไม่คิดว่าจะเอาเท้าถีบ น้องยังไม่รู้เลยว่าผิดอะไรครูถึงถีบ ไม่ได้มีการมาพูดคุยหรือสอบถามใดๆ และเพิ่งมารู้เมื่อสักครู่นี้เองพร้อมนักข่าวว่าลูกโดนถีบถึง 2 รอบ แต่โดนเมื่อตอนเรียนป.3 เทอม 2 ปัจจุบันไม่ได้โดนแล้วเพราะน้องนินจามีการปรับตัวเพราะรู้ว่าครูดุ ตนรู้สึกตกใจ เป็นแม่น้องแท้ๆ ยังไม่เคยเอาเท้าถีบหรือตบน้องเลย ทำแบบนี้เหมือนโกรธแค้นกันมาก เป็นคุณครู ต้องระงับความโกรธและถามเหตุผลก่อนจะลงโทษ ควรบอกกับเด็กด้วยว่าผิดอะไร เพราะพ่อกับแม่ถ้าจะตีจะบอกเหตุผลว่าน้องผิดอะไรถึงตี ถ้าครูทำแบบนี้น้องจะกลัวและจะไม่กล้าทำอะไรเลย