เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติตั้งกรรมการไต่สวน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ตาม ม.42 (3) และ ม.151 มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรู้ว่าไม่มีสิทธิแต่ยังฝืนลงเลือกตั้ง จะมีผลต่อการโหวตของ ส.ว. หรือไม่นั้น ว่า คงไม่เกี่ยวกัน ซึ่งนายพิธาก็ต้องไปพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า ที่ กกต. ตั้งข้อหามานั้น เท็จจริงประการใด หาก กกต. ส่งสารว่าผิดจริงก็ต้องรับโทษไป แต่หากไม่ผิด กระบวนการก็ต้องดำเนินต่อ คือมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายพิธาก็มีสิทธิที่จะไปถึงตรงนั้น เพราะ กกต. ก็บอกแล้วว่าคงพิจารณามาตรา 151 ไม่ทัน คงรับรองไปก่อนแล้วไปหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง
“ถามว่ามีผลกระทบกับ ส.ว. หรือไม่ ก็ไม่มีผลกระทบ เพราะ ส.ว. จะพิจารณาตามเหตุตามผล ตามอำนาจและหน้าที่ที่จะพิจารณาว่าจะเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไหน” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ทาง ส.ว. ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าว คุยกันตลอด แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทางด้านการเมืองตลอด แต่ไม่มีการคุยกันว่า ใครจะรับรองหรือไม่รับรองใคร ใครจะโหวตให้นายพิธา หรือไม่โหวตให้นายพิธา
เมื่อถามย้ำถึง จุดยืนการโหวตเลือกนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า “โอ้ …ไม่ได้หรอก ประกาศไปทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วว่าไม่โหวตให้นายพิธา ก็คือไม่โหวต และยืนยันว่าไม่ได้มีอคติ เรามีเหตุผลตามที่เคยประกาศตลอด”.



