รายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบแนวทางการยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนให้แก่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ โดยได้ทำการศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์พฤติกรรมของ บจ. ที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งหารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแนวทางและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ประกอบด้วย 1.การคัดกรองคุณภาพและกำกับดูแลบริษัทที่จดทะเบียน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทที่ระดมทุนlและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยสำนักงาน ก.ล.ต. และ ตลท. อยู่ระหว่างทบทวนหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนและหลักเกณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้กำหนดให้ต้องยื่นงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี และอยู่ระหว่างทบทวนหลักเกณฑ์รับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียน โดยจะพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ให้บริษัทที่เข้าจดทะเบียนต้องมีผลกำไรและส่วนทุนในจำนวนที่เพิ่มขึ้น เพิ่มการเตือนผู้ลงทุนด้วยการขึ้นเครื่องหมาย รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน
ขณะเดียวกันจะร่วมกันทบทวนหลักเกณฑ์และขั้นตอนการพิจารณา การเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์โดยอ้อมให้มีความเข้มข้นเทียบเท่าไอพีโอ และปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญโดยกำหนดหน้าที่ให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนให้ชัดเจน เช่น แผนการลงทุน วัตถุประสงค์การใช้เงินและความคืบหน้าของรายการข้างต้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ เป็นต้น รวมทั้งในกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระไม่เห็นด้วยกับการเข้าทำรายการ มติผู้ถือหุ้นที่อนุมัติให้เข้าลงทุนต้องไม่มีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิคัดค้านในจำนวนที่มีนัยสำคัญ และปรับปรุง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ในส่วนที่เกี่ยวกับการสอบสวนและการปกป้องพยาน เพื่อเร่งรัดกระบวนการเอาผิดให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อ 2.ยกระดับการทำหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของบุคลากรของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และผู้ประกอบวิชาชีพ โดยด้านบุคลากรของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ โดยมีแผนที่จะยกระดับกฎเกณฑ์และดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรในแต่ละกลุ่มสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั่วไปได้อย่างแท้จริงสามารถทราบได้อย่างทันท่วงทีว่า มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นในบริษัทและป้องกันและยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบและสอบทานงบการเงิน รวมถึงรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยสนับสนุนให้ต้องมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทและกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง เพื่อให้สามารถติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เพิ่มเติมข้อกำหนดให้กรรมการตรวจสอบมีหน้าที่และรับผิดชอบในการติดตามความคืบหน้าของรายการที่มีนัยสำคัญและรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการใช้เงินของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ โดยต้องรับรองและเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ข่าวเพื่อสร้างราคาหลักทรัพย์และการใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ส่วนผู้ประกอบวิชาชีพ ก.ล.ต. มีแผนที่จะเข้มงวดการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ให้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้าย 3.คุ้มครองดูแลผู้ลงทุนโดยส่งเสริมความรู้ให้แก่ผู้ลงทุนผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ โดยเผยแพร่ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ลงทุนตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ และสามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้ นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. จะสนับสนุนสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยในการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนไม่ว่าจะเป็นในด้านความเสี่ยงจากการลงทุนตลอดจนการดำเนินคดีแบบกลุ่มอีกด้วย



