เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ก.ค. 2566 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทำหนังสือลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อ 14 พ.ค. ทำให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส. สิ้นสุดลง และ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เนื่องจากต้องคดีเมาแล้วขับ ซึ่งศาลอาญามีนบุรีมีคำพิพากษาเป็นที่สุด ตนจึงได้ออกประกาศประธานสภา เพื่อเลื่อน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทนนายพีระพันธุ์ นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แทน น.ส.ณธีภัสร์ และนายฐากร ตัณสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย แทนคุณหญิงสุดารัตน์

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เลื่อนลำดับแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องเข้าปฏิบัติญาณตนต่อสภา ก่อนเข้าหน้าที่ ซึ่งรวมถึงนายสถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่สามารถมาร่วมปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภา เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ได้

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ขณะนี้มี ส.ส. ที่ปฏิบัติได้ 500 คน ยืนยันว่า ตนและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 2 คน จะทำงานเพื่อประโยชน์ศักดิ์ศรีของ ส.ส. ทั้งหมด ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจาก ส.ส. ทุกคน ทำงานเพื่อประชาชน และประเทศชาติ ร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพในการแสดงความเห็นในสภา ซึ่งมีการถ่ายทอดสด ขอให้ระวังในการอภิปราย หากข้อความปรากฏภายนอกห้องประชุม หากเป็นความผิดอาญาหรือละเมิดสิทธิทางแพ่ง ที่ไม่ใช่ ส.ส. หรือ ครม. เอกสิทธิ์ไม่คุ้มครอง

จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระการประชุม เพื่อกำหนดวันและเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากข้อบังคับข้อที่ 19 วรรคสอง กำหนดให้ที่ประชุม ต้องมี 2 สมัย ซึ่งตามธรรมนูญกำหนดสมัยละ 120 วัน แต่ข้อบังคับกำหนด ว่า 120 วันนั้นจะกำหนดประชุมสัปดาห์ละกี่วัน สภาจะต้องเป็นผู้กำหนดว่าจะประชุมสัปดาห์ละกี่วันและเวลาใดบ้าง ทั้งนี้สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวางกว่า 1 ชั่วโมง สุดท้ายที่ประชุมเห็นด้วยที่เสนอให้ประชุมสัปดาห์ละ 2 วันคือวันพุธ และวันพฤหัสบดี และเสนอเพิ่มวันประชุมเป็น 3 วันได้ ตามวาระความจำเป็นเร่งด่วน

“การประชุมไม่สำคัญเท่ากับความร่วมมือในการประชุมอย่างพร้อมเพรียง หากเราร่วมมืออภิปรายอยู่ในประเด็น ใช้เวลาประชุม 2 วัน อาจมีประโยชน์มากกว่า 3 วันก็ได้ และต่อไปอาจจะต้องเชิญวิป 2 ฝ่าย มาหารือเพื่อให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ใช่ว่ามาประชุมน้อยหรือมาก แต่เราต้องการทำภารกิจให้มีคุณภาพ คุ้มค่ากับเวลาที่มาอยู่ในสภานี้” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เริ่มประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเวลา 09.00 น. รวมถึงช่วงการหารือก่อนเข้าวาระ โดยจะให้หารือวันละ 30 คน คนละ 3 นาที เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนการพิจารณาสมัยประชุม ซึ่งกำหนดให้มี 2 สมัยประชุม โดยสมัยประชุมละ 120 วัน ซึ่งสมัยแรกเริ่มตั้งแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุม วันที่ 3 ก.ค. 66 ถึง 30 ต.ค. 66 และสมัยที่ 2 เริ่มวันที่ 12 ธ.ค. 66  ถึงวันที่ 9 เม.ย. 67.