บรรยากาศหุ้นไทยวันที่ 12 ก.ค. 66 ผันผวนในแดนบวกและลบ กดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะการโหวตเลือกนายกฯ แม้ช่วงเช้าดัชนีปรับขึ้นจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มที่เคยได้รับผลกระทบจากนโยบายพรรคการเมือง รับข่าว กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิก ส.ส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องสิ้นสุดจากประเด็นถือครองหุ้นไอทีวี ส่งผลให้ ณ เวลา 17.02 น. ดัชนีปิดที่ 1,491.14 จุด ลดลง 5.82 จุด หรือ 0.39% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 52,288.15 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอ ปิดที่ 448.99 จุด ลดลง 7.59 จุด หรือ 1.66% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,250.29 ล้านบาท
น.ส.วรรณจันทร์ อึ้งถาวร รองกรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้น หากปัจจัยการเมืองภายในประเทศมีความชัดเจน โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ คาดว่านักลงทุนอาจต้องมองข้ามไปถึงช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ไปเลย เนื่องจากคาดว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ คงยังไม่เห็นอะไรเด่นชัดมากนัก และในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ เชื่อว่าหากพรรคเพื่อไทยสามารถเป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาลได้ จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยและหนุนให้เม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้ามามากกว่ากรณีพรรคก้าวไกล
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
1.ปตท.สผ. ปิดที่ 155.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
2.กัลฟ์ ปิดที่ 47.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท
3.เคทีซี ปิดที่ 46.25 บาท ลดลง -0.50 บาท
4.เอโอที ปิดที่ 71.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
5.ปตท. ปิดที่ 34.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท



