จากกรณี ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท ITV จำกัด พร้อมขอสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก่อนวันที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อีกทั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้วินิจฉัยคดีพรรคก้าวไกลหาเสียงแก้ไขมาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครอง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะ ข้อสงสัยเกี่ยวต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ให้ นายพิธา ได้ชี้แจ้ง แต่กลับจะเอาผิด นายพิธา และพรรคก้าวไกล จนกระทั่งหลายฝ่ายออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค.66 ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเป็นคนสุดท้าย บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ โดยประกาศนัดหมายให้มวลชนเดินทางไปชุมนุมติดตามการประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.)​ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป พร้อมยืนยันไม่ได้เป็นไปการเพื่อกดดันหรือเรียกร้อง ส.ว. แต่หากผลการโหวตของ ส.ส.และส.ว.ไม่เป็นไปตามฉันทามติของประชาชน ก็จะมีการยกระดับและชุมนุมเคลื่อนไหวในสัปดาห์ถัดไป เพราะเห็นได้ชัดว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติส่งคำร้องให้ศาลวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องทางธุรการคดีหุ้นไอทีวีของนาย พิธา ที่กกต.ยื่นวันนี้ และศาล รธน.รับคำร้องไว้วินิจฉัยคดีพรรคก้าวไกลหาเสียงแก้ไขมาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครองนั้น ล้วนเป็นความพยายามเพื่อให้ ส.ว.หาเรื่องไม่โหวตเลือก นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งขัดกับฉันทามติของประชาชนที่ชนะการเลือกตั้งมา โดยมองว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจตุลาการไม่ควรมายุ่งกับอำนาจบริหาร

นายอานนท์ กล่าวว่า ก่อนจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีพรุ่งนี้ จะมีการเปิดให้มีการอภิปรายในสภา โดย ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชนจากพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค จะอภิปรายเรื่อง ม.112 รวมถึงปัญหากองทัพ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ยืนยันว่าที่ผ่านมาประชาชนได้อดทนจนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ตัวแทนเข้ามาในสภา ทำหน้าที่เสนอและอภิปรายแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ทุกฝ่ายจึงควรเคารพและให้ทุกอย่างดำเนินไปตามระบอบประชาธิปไตย

จากนั้น นายอานนท์ แกนนำการชุมนุมได้ประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 20.16 น.พร้อมเน้นย้ำให้มวลชนปฏิบัติตามแกนนำและจะไม่มีการยั่วยุเจ้าหน้าที่ โดยภายหลังการยุติการชุมนุม มวลชนได้เดินทางกลับโดยไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นแต่อย่างใด.