เมื่อเวลา 15.17 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการถูกเถียงกันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องข้อบังคับการประชุมที่ 41 ว่าจะสามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เข้าสู่กระบวนการเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 ได้หรือไม่ ว่า ขอไม่ตอบในเรื่องนี้ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินชี้แล้ว ก็ต้องเคารพท่าน เมื่อผู้ตรวจการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ต้องรอฟังศาลรัฐธรรมนูญก็แล้วกัน ระหว่างนี้ก็คุ้มครองชั่วคราวไปก่อน ก็แล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่ง ซึ่งตนคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะไม่ใช้เวลานาน เพราะเป็นปัญหาในเรื่องข้อกฎหมายไม่ใช่ปัญหาข้อเท็จจริง แต่ต้องให้เวลาพอสมควร เพื่อให้อีกฝ่ายชี้แจง

เมื่อถามต่อว่าปฏิทินการได้นายกฯ และรัฐบาล ที่ล่าช้า อย่างน้อยที่สุดควรจะได้เมื่อไหร่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากเขยิบก็คงไม่มากเท่าไหร่ ตนยังมองในแง่ดีว่าในเดือน ส.ค. จะได้รัฐบาล แต่ว่าอาจจะยังอาจจะยังทำงานไม่ได้ เพราะจะต้องตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ รวมถึงแถลงนโยบายด้วย ส่วนนายกฯ คนนอกเป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ยากมาก เพราะการที่จะมีนายกฯ คนนอก จะต้องใช้มาตรา 272 วรรคสอง ซึ่งต้องอาศัยเสียงเสียง 500 คนก่อน และยังต้องอาศัยเสียง 376 คนอีก มันวุ่นวายยุ่งยากหลายขั้นตอน ไม่มีใครคิดไปถึงขั้นนั้น 

เมื่อถามย้ำว่าตั้งแต่รับราชการมาเคยเจอสถานการณ์การเมืองแบบนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนอยู่ในช่วงเวลาที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้ว 11 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็ไม่เหมือนกัน ใจหายใจคว่ำแต่ก็ผ่านไปได้ ซึ่งไม่เหมือนปัญหาอย่างทุกวันนี้ แต่จะน่าตื่นเต้นโลดโผน และเราก็นึกว่าแย่แล้ว แต่มันก็ไม่แย่ แล้วก็ผ่านพ้นไปได้.