วันที่ 28 ก.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ กรณี ครม. รับทราบผลการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งภาระงานบุคลากร ปัญหาการลาออก ซึ่งมีการพิจารณาแนวทางการขาดแคลนอัตรากำลัง การพัฒนาความก้าวหน้าในสายงาน การเพิ่มอัตราการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลน การปรับปรุงการจ่ายค่าตอบแทน และการปรับปรุงสวัสดิการให้แก่บุคลากร เป็นต้นว่า ที่ประชุมรับทราบผลการหารือและแนวทางในการดำเนินการ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ในการจัดสรรงบประมาณ โดย ครม. รับทราบสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการร่วมกับ ก.พ. ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ครม. ในการดูแลบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีปัญหาเรื่องภาระงานเยอะ
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป คือ การจัดหางบประมาณมาสนับสนุนเพิ่มเติม เวลาเพิ่มความก้าวหน้าของบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ค่าตอบแทนต่างๆ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีการคำนวณแล้วว่า หากมีบุคลากรเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 คน ก็จะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นปีละราว 2,000 ล้านบาท แต่จำนวน 10,000 คน ไม่ได้แปลว่า จะเพิ่มขึ้นทีเดียว แต่เป็นขั้นตอน โดยขณะนี้กำลังทำตัวเลขกับทางสำนักงบประมาณอยู่ และขณะนี้มีการหารือร่วมกันว่า จะนำสู่การปฏิบัติภายใน 30 วัน หลังจากที่ ครม. มีมติรับทราบแล้ว
สำหรับการเพิ่มตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษของพยาบาลวิชาชีพกว่า 9 พันตำแหน่งนั้น ก็เป็นสิ่งที่ ก.พ. พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม และเป็นสิ่งที่พยาบาลควรจะได้รับ เนื่องจากมีภาระงานหนักเมื่อเทียบกับวิชาชีพอื่นๆ ที่จบสายงานเดียวกันในหลายกระทรวงที่ได้ขึ้นซี 8 บางกระทรวงได้เกือบ 20% บางกระทรวงเกิน 20% แต่ส่วนนี้พวกเขาได้เพียง 3% ตัวเลขตรงนี้เป็นที่ยอมรับของทั่วไปว่า ที่ผ่านมาดูแลน้อยไปหน่อย จึงต้องดำเนินการให้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้เน้นเพียงแค่พยาบาลเท่านั้น แต่ดูวิชาชีพอื่นด้วย โดยดูจากข้อมูลและบริหารจัดการให้เหมาะสม ขอย้ำว่า ดูแลทุกวิชาชีพ ดูแลทุกคน ไม่ได้ทิ้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง.



