นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า จากการที่ กยท. ได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีในหลักสูตรสาขาที่เกี่ยวข้องกับยางพาราและสถาบันการศึกษาตามที่ กยท. กำหนด ภายใต้เงินกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(5) ของพระราชบัญญัติ กยท. แก่บุตรของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ปีนี้เป็นปีที่ 4 โดยให้ทุนการศึกษาปีละ 10 ทุน ทุนละ 400,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 16 ล้านบาท นั้น ขณะนี้มีมีบุตรของเกษตรกรชาวสวนยางรับทุนการศึกษาไปแล้วรวม 40 คน และกำลังจะสำเร็จการศึกษาในปี 2567 นี้จำนวน 10 คน

ทั้งนี้จากการติดตามและประเมินผลการเรียน และการทำงานวิจัย ของบุตรเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ได้รับทุนการศึกษา ประกอบกัยกฎเกณฑ์ที่ กยท. คัดเลือกผู้ที่ได้รับทุน ที่พิจารณาจากความมุ่งมั่นในการนำความรู้ที่เรียนมาไปพัฒนาอาชีพการทำสวนยาง รายได้ของครอบครัว ความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จในสาขาที่เรียน บุคลิกภาพ มนุษยสัมพันธ์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ผลการเรียนในระดับมัธยมปลาย ตลอดจนความสามารถพิเศษอื่นๆ แล้ว กยท. มั่นใจว่า บุตรเกษตรกรชาวสวนยางที่สำเร็จการศึกษาในปี 2567 และในปีต่อๆ ไป จะมีความรู้ความสามารถเรื่องยางพาราและเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาอาชีพการทำสวนยางในท้องถิ่นของตนเอง และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับยางพารา ให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้อาชีพการทำสวนยางในอนาคตมีความมั่นคงอย่างยั่งยืนสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการมอบทุนการศึกษาอย่างแน่นอน

นางสาวซัลมา ดือราแม นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประจำปี 2566 และบุตรเกษตรกรชาวสวนยาง จ.ยะลา กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับอาชีพการทำสวนยาง เพราะช่วยพ่อกรีดและเก็บขี้ยางตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นจึงมีความคิดที่จะพัฒนาน้ำยาให้การเป็นผลิตภัณฑ์ยาง เพื่อเพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว จึงอยากเข้าศึกษาวิชาเกี่ยวกับเทคโนโลยียาง และได้รับข้อมูลจากการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตว่า กยท. สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับบุตรเกษตรกรชาวสวนยาง เลยของสมัครยืนขอรับทุนกับ กยท. จ.ปัตตานี หลังจากทราบว่าได้รับทุนดีใจมาก เพราะว่าจะได้เรียนในสาขาที่ตัวเองชอบ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว

“สาขาที่หนูเรียนนั้น เกี่ยวข้องกับการแปรรูป การออกแบบ การพัฒนาสูตรยาง รวมไปถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำยาง และการพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา หนูจึงตั้งใจว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ศึกษาสาขาวิชานี้ จะตั้งใจเรียนรู้ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ยาง ที่มีประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราไทย รวมทั้งจะนำความรู้ไปบอกครอบครัวพัฒนาผลผลิตยาง และปรับปรุงการทำสวนยางที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตยางในสวนยางตัวเอง และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว” นางสาวซัลมา กล่าว

นอกจากนี้นางสาวซัลมา ยังกล่าวขอขอบคุณ กยท. ที่ใหัทุนการศึกษา ถือเป็นการให้โอกาสให้บุตรเกษตรกรยางสวนยางได้เรียนหนังสือในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับยางพารา เพื่อนำพัฒนาการทำสวนยางพาราให้ได้มาตรฐาน ผลิตผลเพิ่มขึ้น ทุนลดลง ตลอดสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากยางพาราใหม่ๆ อันจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพการทำสวนยางอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างรายได้ที่ดีให้กับครอบครัวและประเทศชาติต่อไป

รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ กยท. กล่าวต่อว่า สำหรับในปีการศึกษา 2566 กยท. ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่ กยท. ได้มอบทุนการศึกษาในหลักสูตรปริญาญาตรีนั้น มีจำนวน 10 ทุนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ของมหาวิยาลัยที่มีชื่อเสียงจำนวน 8 แห่ง ครอบคลุมเรื่องยางตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ การจัดการมาตรฐานสวนยาง และความรู้ในการจัดการสวนยางพารา จนถึงกลางน้ำและปลายน้ำ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ การวิเคราะห์สถานการณ์ยางพาราโดยหลักวิชาเศรษฐศาสตร์ ตลอดจนการบริหารจัดการส่งออก และการจัดการโลจิสติกส์

สำหรับสถาบันการศึกษา และหลักสูตรสาขาที่ กยท. กำหนด ประกอบด้วย 1.มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่เฉลิมพระเกียรติ สาขาวิชาเกษตรป่าไม้ จำนวน 1 ทุน 2.มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะวิทยาศาสตร์สาขาวิชาเทคโนโลยียางและพอร์ลิเมอร์ จำนวน 1 ทุน 3.มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร จำนวน 1 ทุน 4.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน คณะวนศาสตร์สาขาวนศาสตร์ จำนวน 1 ทุน 5.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน คณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ทุน  6.มหาวิทยาลัยบูรพา คณะโลจิสติกส์ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน จำนวน 1 ทุน 7. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คณะทรัพยากรธรรมชาติ (เกษตรศาสตร์) จำนวน 2 ทุน  

8.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรมวัสดุ จำนวน 1 ทุน และ 9. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยียางและพอร์ลิเมอร์ จำนวน 1 ทุน โดยผู้ที่ได้รับทุนต้องเป็นบุตรของเกษตรกรชาวสวนยาง ที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ณ วันที่ยื่นขอรับทุนการศึกษา และจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาในชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จากสถานศึกษาที่ทั้ง 8 แห่งที่ กยท. กำหนด

“การมอบทุนการศึกษาดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับบุตรชาวสวนยางให้ได้รับความรู้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาอาชีพการทำสวนยางในท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการนำความรู้ไปสู่การต่อยอด คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านยางพาราให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่ง กยท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถ มาพัฒนาวงการยางพาราไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก” รองผู้ว่าการ กยท. กล่าวย้ำในตอนท้าย