เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการช่วยเหลือคนไทยออกจากประเทศอิสราเอล ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ยังมีการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินทุกวัน ซึ่งมีนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.การต่างประเทศ เป็นประธาน โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (27 ต.ค.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ จะเข้าร่วมการประชุมศูนย์ฯ ผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งจะได้มีโอกาสพูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของไทยที่ปฏิบัติงานในอิสราเอล และแรงงานไทยที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับสถานการณ์การสู้รบในอิสราเอลยังดำเนินอยู่ ขณะเดียวกัน เรากังวลต่อสถานการณ์ทางด้านอื่นๆ ด้วย ทั้งเขตเวสต์แบงก์หรือฉนวนกาซาและประเทศเลบานอน ว่าการบุกเข้าทางบกของทางการอิสราเอล จะมีขึ้นอย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด โดยฝ่ายต่างๆ พยายามพูดคุยกับทางการอิสราเอล ให้ชะลอการบุกอย่างเต็มรูปแบบไปก่อน เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวประกัน
นางกาญจนา กล่าวอีกว่า จำนวนคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีตัวเลขอย่างเป็นทางการในขณะนี้ ผู้เสียชีวิตยังมีเท่าเดิมคือ 33 ราย จำนวนผู้บาดเจ็บยังอยู่ที่ 18 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ มีผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาพยาบาล 5 ราย ขณะที่คนไทยถูกจับเป็นตัวประกันยังมีจำนวนเท่าเดิม คือ 18 ราย ส่วนข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศที่อ้างว่ามีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกันรวม 54 รายนั้น ฝ่ายไทยได้สอบถามและตรวจสอบในทุกช่องทางกับรัฐบาลอิสราเอลแล้ว ทั้งการสอบถามสำนักโฆษกรัฐบาลอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ซึ่งทางการอิสราเอลไม่ทราบแหล่งที่มาของข่าวที่ว่ามี 54 ราย แต่ยืนยันว่าจำนวนคนไทยที่ถูกจับไปมี 18 ราย อย่างไรก็ตามจะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
นางกาญจนา กล่าวว่า ส่วนการอพยพคนไทยออกจากอิสราเอลนั้น เที่ยวบินที่อพยพคนไทยกลับมาแล้วขณะนี้รวมมี 23 เที่ยวบิน และมีผู้ได้รับการช่วยเหลือผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ รวม 4,771 คน ซึ่งมีผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทยเองอีกจำนวนหนึ่ง โดยกลุ่มนี้สามารถนำหลักฐานใบเสร็จบัตรโดยสารเครื่องบินมาเบิกค่าใช้จ่ายชดเชยจากรัฐบาลได้ด้วยการติดต่อที่กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานแรงงานจังหวัด แม้ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่สามารถวางใจได้ว่า จะได้รับเงินชดเชยดังกล่าวแน่นอน ขณะที่ร่างของผู้เสียชีวิตชาวไทยได้รับการนำกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว 15 ราย สำหรับนักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ในสถาบัน Arava International Center for Agricultural Training (AICAT) ในอิสราเอลนั้น มีผู้เดินทางกลับมาถึงไทยแล้ว 40 คน และยังไม่ประสงค์กลับประเทศ 75 คน โดยคนเหล่านี้คิดว่าตัวเองยังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ถือว่าประเทศไทยดำเนินการอพยพมากที่สุด และมีเที่ยวบินทุกวัน
เมื่อถามว่าจากกรณีที่เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ นำภาพและคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นภาพแรงงานไทยถูกกลุ่มฮามาสทำร้ายจนเสียชีวิต มาแสดงระหว่างการพูดในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามเรื่องนี้หรือไม่ นางกาญจนา กล่าวว่า เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ติดตามเรื่องดังกล่าว และจะหารือกับเลขานุการที่ประชุมสมัชชายูเอ็นในเรื่องนี้ เพราะตามหลักการนั้น ผู้ใดที่จะนำเอกสารหรือคลิปวิดีโอใดมาแสดงในที่ประชุมยูเอ็น ต้องขออนุญาตต่อประธานก่อน ซึ่งตนเข้าใจว่าครั้งนี้ไม่ได้ขออนุญาต แต่จะประสานงานติดตามกันต่อไป นอกจากนี้ ตามปกติในเรื่องผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และผู้ถูกจับ เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน จึงไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผยกัน เพราะการเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด และต้องคิดถึงใจคนที่เป็นญาติด้วย



