เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น (ภ.จว.ขอนแก่น) พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันแถลงข่าวผลการสอบสวน น้องเอ ด.ญ.อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในเขต อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ซึ่งครอบครัวได้เข้าแจ้งความว่าถูกคนขับรถตู้ข่มขืนกระทำชำเราบนรถขณะเดินทางไปกรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ต่อเนื่องวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.อนุวัตร กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นชุดสืบสวนร่วม บช.ภ.4, บช.น.และภ.จว.ขอนแก่น ได้ทำการสืบสวนสอบสวนร่วมกัน จนกระทั่งทราบว่ารถตู้คันที่ถูกกล่าวหานั้น เดินทางออกจากที่ใด ไปที่ใดและเวลาใด โดยในการสืบสวนสอบสวนนั้นตำรวจทำงานอย่างหนัก อย่างเต็มที่และละเอียดที่สุดแต่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยข้อมูลได้หมด

จนกระทั่งมีการสอบปากคำพยานที่เป็นผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถตู้คันที่น้องเอ นั่งไปด้วยและพยานคนสุดท้ายยืนยันว่าน้องเอ ไม่ได้นั่งรถตู้เป็นคนสุดท้ายเพราะมีพยาน 1 คนยืนยันว่ามารับน้องเอ ที่บ้านที่ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น และรถตู้ก็ส่งผู้โดยสารตามจุด และส่งน้องเอ ถึงบ้านและพ่อออกมารับ และผู้โดยสารคนนี้รถตู้ก็ขับไปส่งถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งตลอดเวลาที่น้องเอ นั่งรถไปนั้นไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น และที่สำคัญแพทย์ได้อนุญาตให้พนักงานสอบสวนและทีมสหวิชาชีพเข้าไปร่วมสอบปากคำ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.คะเชนทร์ ร่วมกับ พ.ต.อ.สมมาตย์ และทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำร่วมกับแพทย์เวรและแม่ของน้องเอ

“น้องเอ ให้การว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วถือว่าคดีไม่เกิด ตำรวจก็จะเร่งสรุปสำนวนและเป็นไปตามพยานหลักฐานทั้งหมด ส่วนการแจ้งความที่เกิดขึ้นนั้น ตำรวจจะดำเนินคดีว่าแจ้งความเท็จหรือไม่ก็ต้องดูพฤติกรรมและเหตุผลที่ทำการดังกล่าว ซึ่งน้องเอ ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ ได้และแพทย์ยังคงต้องรักษาตัวน้องเออยู่ ขณะที่ผู้ที่ถูกกล่าวหาและครอบครัวของนายเดช นั้นจะแจ้งความกลับหรือดำเนินการใดๆ ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่าจะกระทำการใดๆ ต่อไป” ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ตำรวจทำงานตามขั้นตอน และแนวทางการสืบสวนร่วมทุกฝ่าย ทำให้วันนี้มีความชัดเจนว่าตามพยานหลักฐานและนายเดช ก็ขับรถตู้มาพบตำรวจและยินยอมส่งรถตรวจตามขั้นตอน ซึ่งถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างดี และรถที่ส่งตรวจนั้นเป็นรถที่ถูกต้องมีระบบจีพีเอสยืนยันชัดเจน

คดีพลิกที่แท้ด.ญ.วัย13ปีโกหกอ้างคนขับรถตู้ข่มขืน ย่ายกมือไหว้ขอโทษ

จึงขอให้ทุกฝ่ายไว้วางใจและมั่นใจในการทำงานของตำรวจว่า ทันทีที่ได้รับแจ้งความ ทุกฝ่ายทำงานจริง ลงลึกในรายละเอียดประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง บช.ภ.4 และ บช.น. เป็นทีม แต่รายละเอียดในการสืบสวนนั้นเปิดเผยไม่ได้ ดังนั้นคดีนี้ถือว่าเสร็จสิ้นและสมบูรณ์แล้ว จึงต้องแยกเป็นคดีไป

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจไม่ได้จับกุมหรือควบคุมตัวคนขับรถตู้ จึงเป็นเพียงผู้ที่ถูกกล่าวหาและวันนี้การให้การของน้องเอ นั้นชัดเจนแล้วขั้นตอนต่อไปคือตำรวจจะสรุปสำนวนและถือว่าไม่มีคดีนี้เกิดขึ้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่จะเกิดต่อจากนี้ขอให้แยกเป็นคดีๆ ไปเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่ต้องรอบคอบในการดำเนินการทั้งหมด” ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวพยายามจะติดต่อไปยังภรรยานายเดช, ตัวนายเดช และครอบครัวนายเดช ภายหลังจากน้องเอ ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งภรรยาบอกว่าไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลหรือสัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น