ตามท้องเรื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองแช่งฝ่ายตรงข้ามออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เดินสายร้องเรียนกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประกาศลุยไฟผลักดันออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้คนไทยอายุเกิน 16 ปีขึ้นไป จำนวน 50 ล้านคน ที่มีรายได้น้อยกว่า 7 หมื่นบาท และบัญชีเงินฝากต่ำกว่า 5 แสนบาท
นักวิเคราะห์การเมืองฟันธงตรงกัน ปลายทางโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีปัญหาข้อกฎหมายให้ต้องตีความหลากหลายประเด็น
สอดคล้องกับนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการกฤษฎีกาที่ให้ความเห็นการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านต้องผ่าน 2 ด่านสำคัญ
ด่านแรก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมสภาหรือไม่?
ด่านสอง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ผ่านด่านองค์กรอิสระ โดยเฉพาะการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่?
“พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มันทำได้อยู่แล้ว แต่ว่าจะผ่านสภาหรือไม่ หรือว่าอาจมีขอคนส่งศาลรัฐธรรมนูญตอนหลังก็ทำได้ เหมือนการออกกฎหมายทั่วไป” นายวิษณุ ย้ำ

จากการตรวจสอบ การออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เกี่ยวพันกับกฎหมายหมายฉบับ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่วางกฎเหล็กในมาตรา 9 และมาตรา 53
(1) มาตรา 9 วางหลักคณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดิน และต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว
(2) มาตรา 53 วางหลักการออกกฎหมายกู้เงิน กระทําได้เฉพาะกรณีที่มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีได้ทัน
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 245 ออกแบบกลไก ป้องกันความเสียหายกับการเงินการคลังของรัฐ โดยให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เสนอผลการตรวจสอบการกระทําที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง ต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อพิจารณา
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบดังกล่าว ให้ปรึกษาหารือร่วมกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
หากที่ประชุมร่วม 3 องค์กรอิสระเห็นพ้องกับผลการตรวจสอบ ให้ร่วมกันมีหนังสือแจ้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี และให้เปิดเผยผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อประชาชนเพื่อทราบ
ปัจฉิมบทโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะเป็นเช่นไร อีกไม่นานเกินรอได้รู้กัน.
พิราบบานเย็น



