สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ว่า นางเอริกา สแตนฟอร์ด รมว.ศึกษาธิการนิวซีแลนด์ แถลงต่อรัฐสภา เกี่ยวกับร่างมาตรการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีคริส ลักซอน ให้คำมั่นดำเนินการภายใน 100 วันแรกของการรับตำแหน่ง เมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ภาคการศึกษาแรกของปี 2567 นักเรียนเกรด 0-8 หรือตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จะต้องเรียนการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์พื้นฐาน เฉลี่ยวิชาละ 1 ชั่วโมงต่อวัน รวมทั้งสามวิชา เท่ากับ 3 ชั่วโมง
สแตนฟอร์ดกล่าวว่า รัฐบาลชื่นชมนโยบายของสถานศึกษาหลายแห่ง ซึ่งดำเนินการเรื่องนี้มาก่อนแล้ว และสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงที่กระทวงศึกษาธิการนำเสนอ มีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นย้ำ หลักสูตรการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้อง ให้มีเป้าหมายชัดเจน และครอบคลุมอย่างทั่วถึงเป็นระดับเดียวกันทั้งนิวซีแลนด์
The Government has introduced its education plan in Parliament, with new teaching requirements and cellphone restrictions set to be implemented. The Education Minister says it's about "removing distractions and teaching the basics brilliantly". https://t.co/cylAbnMhmM
— 1News (@1NewsNZ) December 19, 2023
เกี่ยวกับมาตรการห้ามใช้สมาร์ตโฟนในชั้นเรียน สแตนฟอร์ดกล่าวว่า จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่สองของปี 2567 รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การควบคุมเรื่องนี้อย่างจริงจัง “จะช่วยเพิ่มเวลาเรียนให้มากขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ” ปัจจุบัน มีโรงเรียนบางแห่งในนิวซีแลนด์เริ่มใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว และผลปรากฏว่า นักเรียนมีสมาธิ และมีส่วนร่วมกับการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีคุณภาพชีวิตในโรงเรียนที่ดีขึ้นด้วย
สำหรับแนวทางปฏิบัตินั้น กระทรวงศึกษาธิการจะประกาศข้อกำหนดให้เป็นพื้นฐานอีกครั้ง ภายในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อยกระดับทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนในนิวซีแลนด์กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง หลังผลการทดสอบระดับชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏผลว่า ทักษะการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานของนักเรียนในนิวซีแลนด์ มีแนวโน้มลดลง “จนน่าใจหาย” ทั้งที่เคยติดอยู่ในกลุ่มลำดับต้นของโลก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



