เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ส.
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหายาเสพติด จะละเลยเรื่องการยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดไม่ได้ เพราะปัญหายาเสพติดได้ทวีความรุนแรง ดังนั้น ถ้าไม่มีการตัดที่ต้นตอ ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะที่ผ่านมา เมื่อมีการจับผู้ขนยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติดจะหาคนใหม่มาแทน จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันศึกษากฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ที่เน้นการยึดอายัดทรัพย์ด้วย เพราะหากใช้มาตรการนี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ สำหรับที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ในวันนี้ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2566 โดยมีผลการปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-15 ธ.ค. 2566 สามารถจับคดียาเสพติดได้ 41,702 คดี ผู้ต้องหา 43,175 คน และยึดของกลาง ยาบ้า 177 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,983 กิโลกรัม (กก.) เฮโรอีน 111 กก. ยาอี 28,692 เม็ด และคีตามีน 984 กก. จากนี้ไปจะดำเนินการยึดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติดโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดการโอนย้ายทรัพย์สิน

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับและเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานยาเสพติดล่าช้านั้น ตนได้รับทราบว่า ป.ป.ส. ไม่ได้เป็นผู้ล่าช้า แต่ติดตรงเอกสารของผู้รับประโยชน์ ดังนั้น ผู้รับผลประโยชน์ต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วย ซึ่งจากนี้ ต้องช่วยกันเร่งดำเนินการ เพราะขณะนี้มีคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการเงินค่าตอบแทนฯ ทั้งหมด 2,232 คดี เป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ก็มีการทำงานที่รวดเร็วอยู่แล้ว โดยคณะอนุกรรมการฯ ส่วนกลาง ก็เตรียมเข้าที่ประชุม วันที่ 27 ธ.ค. นี้ จำนวน 63 คดี เป็นเงินค่าตอบแทนกว่า 6.4 ล้านบาท ส่วนของคณะอนุกรรมการฯ ภาค 1-9 ก็เตรียมเข้าประชุมวันที่ 21 ธ.ค.-4 ม.ค. 2567 จำนวน 2,001 คดี เงินค่าตอบแทนกว่า 3.1 ล้านบาท
รองนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้มีการขออนุมัติตั้งด่านตรวจยานพาหนะเพิ่ม สำหรับการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวน 3 แห่ง โดยขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจค้นยาเสพติดทั้ง 3 แห่งแล้ว เพื่อช่วยตัดเส้นทางการขนย้ายยาเสพติด ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วนและรอบด้านที่สุด



