เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีเครือข่ายภาคประชาชน ยื่นข้อเรียกร้องถึงกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้เร่งส่งร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าไปประกบกับร่างของภาคประชาชนและธุรกิจ ที่จ่อเข้าสภา เนื่องจากกังวลกฎหมายฉบับกลุ่มธุรกิจที่ปลดล็อกดื่มเสรี 24 ชั่วโมง โฆษณาทำโปรโมชั่นได้เต็มที่ ว่า ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับของกระทรวงสาธารณสุข เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ที่มีนายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ซึ่งได้สั่งให้เร่งเพื่อนำไปประกบกับร่างอีก 2 ฉบับ โดยขณะนี้ร่างกฎหมายของเราได้เสนอไปยัง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข แล้ว เพื่อลงนามนำเสนอเข้าสู่ ครม.ต่อไป
นพ.ธงชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ สาระสำคัญได้แก้ไขให้มีความเข้มข้นขึ้น ชัดเจนขึ้น และยังยืนยันช่วงเวลาที่อนุญาตให้จำหน่ายเหมือนเดิม เพราะการกำหนดเวลาห้ามขายใหม่นั้นจะต้องออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ใช้อำนาจจาก พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขั้นตอนต้องผ่านไปที่คณะกรรมการนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีนายภูมิธรรม เป็นประธาน ถึงนำเข้า ครม.และออกมาเป็นประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ส่วนเรื่องตราเสมือนที่เรียกร้องห้ามใช้โฆษณาสินค้าอื่น ตรงนี้ในส่วนตราเสมือนนั้น เข้าข่ายการโฆษณาโดยสภาพ วิธีจึงผิดไปโดยสภาพ แต่การวินิจฉัยต่างๆ ต้องมีหลักฐานประกอบ ส่วนจะมีการเเพิ่มโทษหรือไม่นั้นต้องรอดูรายละเอียด เพราะเมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่สภาก็ต้องไปมีการแปรญัตติอีก
เมื่อถามว่าจะไม่มีการปรับเวลาให้สอดคล้องกับนโยบายอย่างเปิดผับตี 4 นพ.ธงชัยกล่าวว่า การปรับเวลานั้น กรมควบคุมโรคที่ดูแล พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกฮอล์ คงไม่ได้เป็นผู้เสนอ แต่ถ้าใครเสนอมาก็อยู่ที่คณะกรรมการฯ ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่ถึงเที่ยงคืน ถ้าสิ่งไหนมีผลกระทบต่อสุขภาพเราก็พยายามดูแลแทนประชาชน
ด้าน นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในสว่นของร่างพ.ร.บ.ฉบับของภาคธุรกิจนั้นเราได้ทำความเห็นเสนอไปแล้วว่า ไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เกิดผลกระทบมาก และไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่คิดว่าจะมีการดิสรัปต์กฎหมายเดิมเกือบทุกข้อ โดยเฉพาะเรื่องเวลาการขาย แต่ทุกอย่างอยู่ที่ชั้นการพิจารณาของสภา ส่วนร่างกฎหมายฉบับกระทรวงสาธารณสุขก็พยายามให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นที่อยากให้กำหนดห้ามขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ นั้นเราก็อยากปรับให้ชัด แต่ตามข้อมูลวิชาการหรือทางการแพทย์ คำว่า “ครองสติไม่ได้” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงเอาแบบคนทั่วไป คือจะเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่จะหมดสติ เบลอ ไม่รู้เรื่อง ส่วนการขยายผลเอาผิดร้านค้าขายเด็กเยาวชนเมาแล้วขับนั้นไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่ เพราะการสืบกฎหมายเป็น ป.วิอาญาโดยสภาพ เจ้าพนักงานสอบสวนมีอำนาจตามกฎหมายโดยสภาพ ขอแค่เอากฎหมายไปบังคับใช้จริง กรณีเด็กต่ำกว่า 18 ปี ก็จะผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ส่วนอายุไม่ถึง 20 ปี จะผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเอาผิดว่าใครขายให้และกินที่ไหน.



