เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนพร้อมพรรณอุทิศ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจุดที่ 6 ของโครงการก่อสร้างระบบป้องกันปัญหาน้ำท่วมเมืองกาฬสินธุ์ งบ 148 ล้านบาท องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานโยธาธิการจังหวัด แขวงทางหลวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำรถแบ๊กโฮ เข้าขุดทางระบายน้ำ ในจุดทิ้งงาน 7 ชั่วโคตร พร้อมนำป้ายเตือนจราจร เข้าจำกัดความเร็ว ที่คาดว่าตลอดทั้งวันนี้ระยะทางการขุดลอก 700 เมตร จะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ โดยมี นายชาญยุทธ โคตะนนท์ ประธานเครือข่ายภาคประชาสังคม ป.ป.ท.เขต 4 ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ คณะธรรมาภิบาล จ.กาฬสินธุ์ นายณฐกฤษณ์ โพธิ์ศรี สถาปนิกชำนาญการ จ.กาฬสินธุ์ และนายปรัชญา ดวงจอมดี นายช่างอาวุโส สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบจ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันติดตาม การแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง การแก้ไขปัญหาจราจร และแก้ไขปัญหามลพิษ ให้ครบทั้ง 6 จุด ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

นายณฐกฤษณ์ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างระบบป้องกันปัญหาน้ำท่วมเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งหมด 6 จุด ประกอบด้วย จุดเริ่มต้นถนนกรมโยธาฯถึงแก่งดอนกลาง, จุดสี่แยกป่าไม้ถึงการประปาส่วนภูมิภาค, จุดซอยวิโรจน์รัตน์ถึงทางหลวง 213, จุดวงเวียนโปงลางถึงซอยฉายจรุง, จุดโรงเรียนอนุกูลนารีถึงถนนถีนานนท์ และจุดตรงข้ามห้างโลตัส (ถนนพร้อมพรรณ) ถึงลำน้ำปาว ซึ่งทุกจุด พบการก่อสร้างล่าช้า โดยสัญญาเริ่มตั้งแต่ 19 เม.ย. 62 สิ้นสุดสัญญา 21 พ.ย. 65 (สิ้นสุดค่าปรับร้อยละ 0 ถึงวันที่ 25 ก.พ. 68 เนื่องจากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ จำนวน 513 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 64 ถึงวันที่ 21 พ.ย. 65 ตามสัญญาแก้ไขลงวันที่ 12 พ.ค. 66 และได้สิทธิค่าปรับเป็น 0 ถึงวันที่ 25 ก.พ. 68 ตามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม วันที่ 28 ส.ค. 66) หลังจากนายสนั่น พงษ์อักษร ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนายวิจิตร งามชื่น โยธาฯ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนี้ติดอบรมที่ กทม. ได้มอบหมายให้ตนและและนายปรัชญา พร้อมเจ้าหน้าที่ สนง.โยธาฯ จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ รวบรวมข้อมูล เพื่อสรุปผลส่งผู้ว่าฯ และนำไปสู่การแก้ไขในระยะยาวต่อไป

นายปรัชญา กล่าวว่า ในส่วนของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ก่อนที่ทางกรมโยธาฯ จะได้ผู้รับเหมารายใหม่เข้ามาทำงานแทนผู้รับเหมารายเดิมที่ทิ้งงาน และถูกกรมโยธาฯ ยกเลิกสัญญา เบื้องต้นเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด ตามข้อสั่งการของผู้ว่าฯ คือการแก้ไขปัญหาบริเวณถนนพร้อมพรรณอุทิศ เพื่อขจัดปัญหาน้ำท่วมขัง แหล่งเพาะพันธุ์ลุกน้ำยุงลาย ปัญหามลพิษ และลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยขุดลอกรางระบายน้ำ ระยะทาง 700 เมตร เพื่อเปิดทางให้น้ำเสียไหลลงสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายคือ อบจ.กาฬสินธุ์ แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ และเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน 1 วัน คือวันนี้ (27 พ.ค.)

ขณะที่นายเศรษฐชัย อายุ 46 ปี ชุมชนหัวโนนโก-เกษตร เจ้าของป้ายถนน 7 ชั่วโคตร กล่าวว่า เมื่อรู้ว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะ ผวจ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่พบปะ สอบถามปัญหาที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบด้วยตนเอง และมอบหมายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา ตนและชาวบ้านก็เพิ่งจะมีรอยยิ้ม และรู้สึกมีความหวังขึ้นมา หลังจากที่ผ่านมาเป็นเวลากว่า 5 ปี ต้องทนทุกข์กับความเดือดร้อน เผชิญกับปัญหาโลกแตก เพราะในอดีตภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ และแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน

นายเศรษฐชัย กล่าวอีกว่า รู้สึกดีใจและผ่อนความความเครียด ความกังวลลงเป็นอย่างมาก ที่เห็นความเอาใจใส่จริงจัง ในการบูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา ตามนโยบายท่านผู้ว่าฯ ที่ต้องการเห็นพี่น้อง ประชาชนทุกคนมีความสุขทุกๆ ด้าน และให้ จ.กาฬสินธุ์ ดีกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม สำหรับความเดือดร้อนที่เคยขึ้นป้าย “ถนน 7 ชั่วโคตร” นั้น ทุกวันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ฝนตกน้ำขัง เอ่อท่วม ฝนไม่ตก เกิดปัญหาจราจร ฝุ่นละออง อุบัติเหตุ รำคาญกับเสียงรถตกหลุมบ่อ ดังนั้น จึงอยากร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรีบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจุดนี้ โดยนำคอนกรีตผสมเสร็จมาเทกลบหลุ่มบ่อ และคืนผิวจราจรด้วย เพื่อความสุข และสวัสดิภาพ ความปลอดภัยทุกมิติของชาวบ้าน ตามหลักการทำงานของผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์

นายชาญยุทธ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวของกรมโยธาฯ อีก 2 โครงการที่เหลือ ว่าจะดำเนินการพิจารณาอย่างไร และมั่นใจการพิจารณาหาผู้รับจ้างรายใหม่จะได้ หจก. ที่มีความพร้อม เข้ามาทำงาน แต่ก็ขอฝากถึงกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เร่งพิจารณา ประกาศขึ้นบัญชีกับ 2 หจก. นี้เสียที เพราะที่ผ่านมาก็มีการประกาศให้ หจก. อื่นๆ ไปมากแล้ว ความเสียหายต่อเงินภาษีของประชาชนรวมถึงปัญหาความเดือดร้อนก็เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ควรที่จะทำให้ชาวบ้านสบายใจ ที่เชื่อว่า กรมบัญชีกลาง จะไม่ประวิงเวลาหรือช่วยเหลือแน่นอน



