จากกรณีเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 9/2567 กรณีนายปัญญา คงแสนคำ หรือ ลุงเปี๊ยก ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จำนวน 8 ราย ดำเนินคดีอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ โดยนัดหมายให้ทั้ง 8 ผู้ต้องหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อยื่นเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง ภายหลังจากที่ทั้งหมดได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและปฏิเสธข้อหาไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า วานนี้ (27 พ.ค.) ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ทั้ง 8 ราย ได้ยื่นเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาครบทุกคน พร้อมทั้งได้ส่งมอบพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คณะพนักงานสอบสวนพิจารณา อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมแต่อย่างใด เนื่องจากพยานเอกสารที่ผู้ต้องหาได้ส่งมอบมานั้นมีจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาให้รอบคอบครบถ้วนสมบูรณ์

เมื่อถามว่า การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย เป็นอย่างไรบ้างนั้น นายอังศุเกติ์ ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่มีการให้การเพิ่มเติม อาทิ ในส่วนของ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ ได้ส่งมอบพยานเอกสารยืนยันถิ่นที่อยู่ของตนเองว่า ในขณะที่ตนได้รับแจ้งเหตุจากผู้ใต้บังคับบัญชานั้น ตนเองไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ขณะที่ในส่วนของดาบตำรวจ ภิเศก พวงมาลีประดับ หรือ ดาบเศก ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.อรัญประเทศ เจ้าตัวได้ให้การว่า ตนเองเป็นผู้สั่งให้ลุงเปี๊ยกถอดเสื้อจริง แต่กระทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจหาร่องรอยบาดแผลในร่างกายลุงเปี๊ยก นอกจากนี้ มีผู้ต้องหาบางรายได้ให้การพาดพิงและให้การเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอีกด้วย พร้อมทั้งได้ส่งมอบพยานเอกสารและพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องให้คณะพนักงานสอบสวนแล้ว ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อย่างไรบ้าง

ต่อข้อถามว่า ผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย มีใครได้ขอยื่นแสดงบัญชีพยาน อาทิ พยานบุคคล พยานแวดล้อม พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในส่วนของตัวเองหรือไม่นั้น นายอังศุเกติ์ เผยว่า มีผู้ต้องหาบางส่วนได้อ้างพยานบุคคล พยานแวดล้อม ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีพยานบุคคลที่ต้องทำการสอบปากคำอีกประมาณ 20 ราย และมีการส่งมอบพยานวัตถุเป็นคลิปเสียงและคลิปวิดีโอ ปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด

นายอังศุเกติ์ เผยต่อว่า สำหรับเรื่องพยานหลักฐานใหม่ที่จะมีการพิจารณาเข้าสู่สำนวนหรือไม่นั้น คณะพนักงานสอบสวนได้เจอพยานหลักฐานใหม่ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อันอาจนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเพิ่มได้ อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับพนักงานอัยการในฐานะผู้ตรวจสอบหรือกำกับคดีนี้ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้มีการนัดหมายผู้ต้องหาในรายที่ยังส่งมอบเอกสารไม่ครบถ้วน โดยให้ส่งพยานเอกสารเพิ่มเติม ในวันที่ 10 มิ.ย. นี้