กรณี นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) นายนาวี ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำกำลังเข้าตรวจค้นกุฏิพระในวัดผ่านศึกอนุกูลวราราม ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก อาทิ หมีควาย หัวกระทิง หัวเลียงผา อุ้งเท้าหมี เก้ง และอื่นๆ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในตู้เย็นและในกุฏิที่พักสงฆ์ภายในวัด จึงยึดมาตรวจสอบ ก่อนจับกุมแจ้งข้อหาพระปลัดกิตติชัย วรธมโม เจ้าอาวาส เบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธ และขอประกันตัวออกไปในวงเงิน 80,000 บาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อึ้งวงการสงฆ์! ‘เจ้าอาวาส’วัดดังปากช่อง สั่งพรานป่าล่าสัตว์เจอซาก ‘เลียงผา-กระทิง’ซุกกุฏิ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. กลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ มรดกโลก รวมพลังมวลชน และกลุ่มอาสาอนุรักษ์ 40 องค์กร ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า พร้อมอ่านแถลงการณ์ บริเวณหน้าด่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมี น.ส.พันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ นายวัชรากร นามสีฐาน นายกสมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ พระอธิการกัมปนาทสุเขธิโต เจ้าอาวาสวัดหมูสี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ นายสาโรจน์ ประพันธ์ อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ นักเรียนจากโรงเรียนบ้านหมูสี ชมรมฮักเขาใหญ่ 40 องค์กร ร่วมแถลงการณ์

น.ส.พันชนะ อ่านแถลงการณ์ ซึ่งจากหลักฐานที่พบประกอบกับพฤติกรรมการกระทำดังกล่าวย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนตกใจและรู้สึกเศร้าสลดใจ เนื่องจากทุกคนเป็นห่วงสัตว์ป่า ผืนป่า ถึงแม้นเราไม่รู้ที่มาของซากสัตว์ป่า แต่คงจะเดาไม่ยากว่ามาจากไหน ขอให้ทุกคนแสดงพลังการปกป้องสัตว์ป่า ผืนป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ และประณามกลุ่มที่ล่า เข่นฆ่าและบริโภคเนื้อสัตว์ป่าเขาใหญ่ คือ 1. เรื่องของการรักษาพื้นที่มรดกโลก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่า 2. การรณรงค์ ไม่นิยมและบริโภคเนื้อสัตว์ป่า 3. การลบค่านิยมในการสะสมซากสัตว์ป่า และความเชื่อในการทำน้ำมันเลียงผา ฯลฯ และ 4. เร่งตรวจสอบ ร่วมมือกันค้นหาผู้กระทำความผิด หรือมีกลุ่มขบวนการร่วมมือกับคนในพื้นที่เพื่อล่าสัตว์แสวงหาผลประโยชน์ และบริโภคเนื้อสัตว์ป่า

นายสาโรจน์ เปิดเผยว่า การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานฯ ป่าอนุรักษ์ และการล่าสัตว์ป่ามาบริโภค หรือแสวงหาผลประโยชน์ ถือเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ทุกชีวิตย่อมกลัวตายและห่วงชีวิตตัวเอง ขอประณามผู้ที่เข่นฆ่าล่าสัตว์ป่า อยากเห็นกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสร้างมวลชน ตามหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ติดแนวเขตอุทยานฯ เพื่อให้เป็นหูเป็นตาด้านการปกป้องช่วยเหลือดูแลทรัพยากรธรรมชาติ