สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าไอแอลโอรายงานว่า อัตราว่างงานทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย อยู่ที่ร้อยละ 4.9 ในปีนี้ สวนทางกับการคาดการณ์เมื่อก่อนหน้านี้ ว่าอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 5.2 จากสถิติร้อยละ 5 เมื่อปี 2566 พร้อมเตือนถึง “ความคืบหน้าที่ล่าช้า” ในการจัดการกับความไม่เท่าเทียม

รายงานของไอแอลโอคาดการณ์ว่า อัตราว่างงานที่ร้อยละ 4.9 อาจลากยาวไปถึงปี 2568 อย่างไรก็ตาม มีการเตือนถึงความไม่เท่าเทียมในตลาดแรงงานซึ่งยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อลูกจ้างสตรี ในประเทศที่มีรายได้น้อย รายงานเปิดเผยว่า มีประชาชน 183 ล้านคน เข้าข่ายเป็นผู้ว่างงาน ซึ่งหมายความว่า พวกเขากำลังหางานอย่างแข็งขันและพร้อมเริ่มงานได้ทันที แต่จำนวนผู้ว่างงานซึ่งต้องการทำงานอยู่ที่ 402 ล้านคน

มากไปกว่านั้น ลูกจ้างหญิงมีแนวโน้มที่จะออกจากงานอย่างไม่เต็มใจ และได้รับผลกระทบอย่างไม่เท่าเทียมจากการขาดโอกาส ซึ่งผู้หญิงในประเทศรายได้น้อย ได้รับผลกระทบจากการต้องการงานที่ร้อยละ 22.8 ขณะที่สถิติของเพศชายอยู่ที่ร้อยละ 15.3 เช่นเดียวกับในประเทศมีรายได้สูง อัตราดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 9.7 สำหรับผู้หญิง และร้อยละ 7.3 สำหรับผู้ชาย

รายงานได้เตือนว่า ความแตกต่างเหล่านี้เป็นเพียง ‘ยอดภูเขาน้ำแข็ง’ เนื่องจากผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะออกจากตลาดแรงงานมากกว่าผู้ชาย ซึ่งรายงานได้ประเมินว่าในปี 2567 มีการจ้างงานผู้หญิงร้อยละ 45.6 และผู้ชายร้อยละ 69.2

“แม้เราจะพยายามลดความไม่เท่าเทียมทั่วโลก แต่ตลาดแรงงานก็ยังคงเป็นสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม” นายกิลเบิร์ต เอฟ ฮองโบ ผู้อำนวยการใหญ่ไอแอลโอ กล่าวในแถลงการณ์ “เพื่อให้บรรลุการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ที่ทุกคนได้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน เราต้องให้ความสำคัญกับการไม่แบ่งแยก และความยุติธรรมทางสังคม ซึ่งเป็นแนวทางหลักของนโยบาย และสถาบันต่าง ๆ”

อนึ่ง ไอแอลโอเป็นทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งเก่าแก่ที่สุด โดยรวบรวมนายจ้าง, สหภาพแรงงาน และรัฐบาลจากทั่วโลก เข้าด้วยกัน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES