เมื่อวันที่ 15 ส.ค. เวลา 13.36 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดรักษาการ ถึงการเดินทางเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าเมื่อคืนวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีข่าวว่าจะมีการเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นคนจากพรรคเพื่อไทย ว่า ที่ประชุมเห็นตรงกัน ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ตนได้พูดคุยกับสมาชิกพรรค เห็นตรงกันว่า จะสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอ และเป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทย และจะดูว่าวันที่ 16 ส.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะเสนอใครก็จะว่าตามนั้น โดยพรรคชาติไทยพัฒนาจะประชุม สส.พรรค เวลา 09.00 น. ก่อนเริ่มการประชุมสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนรายชื่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ มีชื่อของนายชัยเกษม นายวราวุธ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาในการร่วมรัฐบาล คือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย และต้องไม่ลืมว่า รัฐบาลนี้ถือกำเนิดมาจากจุดยืนเดียวกันคือ จะไม่แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งทางพรรคเรายืนยันมาตลอด ทั้งในขั้นตอนการจัดทำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และไม่ไปเกี่ยวข้องกับหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112
เมื่อถามว่า ในวงพูดคุยแกนนำ มีแนวโน้มว่า ชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะเป็นคนนอกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า “ไม่มีครับ” ยืนยันว่า แกนนำพรรคร่วมจากทุกพรรค จะสนับสนุนแคนดิเดตที่พรรคเพื่อไทยเป็นคนเสนอ
เมื่อถามว่า สัดส่วนโควตารัฐมนตรียังคงเป็นเหมือนเดิมหรือว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง นายวราวุธ กล่าวว่า เท่าที่คุย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะองค์ประกอบของรัฐบาล ทุกอย่างเหมือนเดิม และการเสนอชื่อนายกฯ จะเป็นพรรคเพื่อไทยเสนอและสัดส่วน ครม.ของพรรคร่วมยังเหมือนเดิม และเป็นสิทธิของแต่ละพรรคที่จะปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า การไปหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร จะทำให้ถูกมองว่า ถูกคนนอกครอบงำหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า การพูดคุยหารือคงไม่ใช่การครอบงำ เพราะอย่าลืมว่านายทักษิณ มีตำแหน่งสำคัญคือเป็นคุณพ่อของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงคิดว่า สิ่งที่พูดคุยกันนั้นท้ายที่สุด หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็คงไปหารือกับคุณพ่อ เหมือนกับตน หากพ่อของตนยังอยู่ ถ้ามีอะไรก็คงถามเหมือนกัน และเป็นสิ่งที่ดีที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมีคุณพ่อเป็นเสาหลัก ให้คำปรึกษา ไม่ถือว่าเป็นการครอบงำ แต่ถือว่าเป็นการพูดคุยมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่การพูดคุยเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เป็นลักษณะที่นายทักษิณ เรียกแกนนำพรรคร่วมไปหารือ นายวราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพูดเสมอว่า นายทักษิณ มีตำแหน่งสำคัญ คือเป็นพ่อหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นเรื่องปกติ ที่หัวหน้าพรรคอาจหารือกับคุณพ่อ หรืออาจฝากคุณพ่อ ช่วยดำเนินการบางอย่างซึ่งไปตอบแทนไม่ได้ และเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เป็นการไปนั่งกินข้าวพูดคุยเพื่ออัปเดตสถานการณ์การเมือง เนื่องจากหลังมีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้มีการเคลื่อนไหวพอสมควร จึงเป็นเรื่องปกติที่แกนนำพรรคร่วมจะไปรวมตัวพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะมีคนไปร้องว่านายทักษิณ ครอบงำ นายวราวุธ กล่าวว่า แต่ละพรรคมีเอกสิทธิ์ ในการคิดจะทำงานใดๆ แต่คงไม่ใช่การไปครอบงำ เมื่อทำงานด้วยกัน การพูดคุยหารือในประเด็นต่างๆ ถือเป็นการแลกเปลียนทัศนคติ และไม่ใช่การครอบงำ
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยถึงการยกเลิกโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่อยู่ในวงหารือ ไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่การพูดเรื่องนี้เป็นของพรรคแกนนำที่เป็นคนเสนอ ดังนั้นควรให้เกียรติพรรคแกนนำเป็นคนชี้แจงความคืบหน้า และคงต้องรอรัฐบาลใหม่เช่นกัน ซึ่งหลังจากการโหวตเลือกนายกฯ คาดว่า ภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ คงมีการแถลงนโยบาย จึงต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลใหม่ด้วย
เมื่อถามย้ำว่า พรรคชาติไทยพัฒนายืนยันว่าจะสนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตต่อไปหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องรอดูรัฐบาลใหม่ ภายใต้นายกฯ คนใหม่ มีแนวนโยบายเป็นอย่างไร โดยต้องให้เกียรติพรรคแกนนำเป็นคนตัดสินใจก่อน แล้วจึงมาหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าถามว่าส่วนตัวควรหยุดโครงการนี้ไปก่อนหรือไม่นั้น ตนขอย้ำว่า เป็นสิทธิของพรรคแกนนำว่า จะเดินหน้าต่อ หรือจะมีแนวทางอย่างไร เราเป็นพรรคร่วม ก็สนับสนุนการตัดสินใจของพรรคแกนนำ และคิดว่า ในพรรคเพื่อไทยมีนักกฎหมายเยอะมาก คงพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ว่าจะเดินหน้าต่อ หรือมีแนวทางอื่น เพราะรายละเอียดโครงการ คนที่รู้ดีสุดคือพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อตกลงทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วม ดังนั้นไปไหนก็ไปด้วยกัน เดินทางใดก็เห็นพ้องต้องกันไปทางเดียว



